๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

หลายวันก่อนฉันพบเจอความผิดหวัง ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจคิดถึงขั้นเก็บเอามาฝัน ตอนเช้าพอฉันตื่นขึ้นมาจากความฝัน ฉันตั้งใจจะออกไปปั่นจักรยานเพื่อปลดปล่อยความเครียดในวันที่ฝนตก ทว่าระหว่างทางฉันทนความหนาวเหน็บของสายฝน ราวกับกระดูกโดนแช่แข็งไม่ไหว จึงไม่ฝืนต่อ นั่งรถไฟใต้ดินแทน

ฉันถึงสถานีมาโคมาไน ซึ่งเป็นสถานีปลายทางสายนัมโบขุ แล้วนั่งรถบัสต่อไปยังโลกแห่งศิลปะท่ามกลางธรรมชาติ ที่นั่นคือ “Sapporo Art Park” โลกแห่งงานศิลป์ที่ทำให้หัวใจนิ่งสงบระหว่างชมธรรมชาติไปพลางๆ โลกที่จุดความคิดสร้างสรรค์และแรงกระตุ้นให้ลุกโชน ฉันถึงที่นั่นเก้าโมงครึ่ง ทว่าพิพิธภัณฑ์ยังไม่เปิด ระหว่างรอฉันได้เดินเล่นกลางป่า ขณะที่ใบไม้แดงร่วงไปมาก ฉันได้เห็นๆเกล็ดน้ำแข็งเล็กก่อตัวบนต้นหญ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการมาเยือนของฤดูหนาวในซับโปโรในอีกไม่นาน

swiss_03swiss_02

พิพิธภัณฑ์เปิดตอน 9.45 น. ผู้เข้าชมผู้หลงใหลในศิลปะได้เข้าไปในโลกใบนี้อย่างเงียบๆ งานที่ฉันได้ไปดูคือ “SWISS DESIGN” เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ ๑๕๐ ปีของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศสวิสเซอร์แลนด์ งานนิทรรศการนี้แนะนำงานดีไซน์จากสวิส ซึ่งผสานความเรียบง่ายกับการนำไปใช้จริง เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของงาน จึงมีผู้เข้าชมจำนวนมากมาเยือนตั้งแต่เช้า ภายในมีการแสดงงานเขียนและสิ่งของซึ่งเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ มีการแสดงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สิ่งของทุกชิ้นล้วนมีดีไซน์เรียบง่าย ทว่าเมื่อพิจารณาการใช้งาน เป็นสิ่งของที่ทันสมัยและใช้งานได้สะดวก มีการออกแบบหลากหลาย ให้เฉพาะเจาะจงกับวัตถุประสงค์ของงานในสาขาอาชีพ ไม่เพียงความสวยงาม ยังให้ความสำคัญต่อประโยชน์ใช้สอย นอกจากนี้จากมุมมองการอนุรักษ์ธรรมชาติ ยังมีการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จุดเด่นของงานดีไซน์สวิสจึงมีจุดคล้ายคลึงกับงานดีไซน์สมัยใหม่ของญี่ปุ่น
เมื่อชมงานนิทรรศการจบ ฉันเองก็อยากได้ของจากสวิสเซอร์แลนด์ขึ้นมา

swiss_01swiss_04

スイスのデザインアートを歩む。

2015年11月8日(日)

 

数日前に夢に出てしまうほど、思い通りならない悔しいことがありました。朝、夢から目覚めたら冬めいた雨が降っていて、ストレス発散のために自転車で出かけようとした。ところが、自転車に乗っている途中に、骨が凍るほどの雨の寒さに耐えられなくなり、そこで無理をせずに地下鉄に乗ることにしました。

 

南北線の終点である真駒内駅に到着してから、バスに乗り換えて自然な芸術の世界へ向かいました。行先は「芸術の森」でした。自然を眺めながら美術で心を癒され、創造性かつ刺激を熱する特別な世界です。9時半過ぎに到着しましたが、美術館はまだ開館されていませんでした。待っている間に、森の中を散歩しました。紅葉が大分落ちている一方、小さな霜が草の上に積もっているのが見えました。間もなく札幌の冬が訪れるサインです。

 

9時45分に美術館が開くと、美術を好む来館客は静かにこの世界に入り込みました。見に行ったのは「SWISS DESIGN」という展示会でした。日本とスイスの国交樹立150年の記念する機会に、実用性とシンプルさを併合するスイスデザインをこの展示会は紹介しています。今日は最終日なので、多くの来客が朝から来ているように見えました。館内に両国の交流に関する執筆と事物が展示されていて、通路に進むにつれてスイス出身のブランドからの品物がデイスプレイされていました。全ての物はシンプルなデザインなのですが、機能性から見れば手軽で便利です。また、専門的な用途に応じてデザインはそれぞれのこだわりがあります。美しさだけではなく、便利性も重視するというコンセプトなのです。さらに、自然保護という観点で再生利用可能な資源を用いて環境の優しいデザインも出来上がっています。スイスのデザインの特徴は全て日本のモダンデザインと共通点があります。

 

展示を見終わると、私がそうでしたが、スイスの物が欲しくなっていることでしょう。