ฉันห่างหายจากการเขียนบล็อคมานาน

ก่อนเริ่มโฮคุไดไซฉันตั้งใจจะเขียนบล็อคเกี่ยวกับการเที่ยวช่วงโกลเด้นวีคให้เสร็จ ทว่าฉันมุ่งทำแล็บ เตรียมพรีเซนท์ และเตรียมงานโอคุไดไซ จึงไม่ได้เขียนบล็อคต่อตามที่คิดไว้

อย่างไรก็ตามระหว่างนั้น พอฉันดูรูปถ่ายตอนโกลเด้นวีค ในหัวของฉันเต็มไปด้วยความรู้สึกพิเศษ

ความรู้สึกที่ว่า…อย่างไรก็ดีฉันอยากทำซีรี่ส์โกลเด้นวีคให้เป็นจริง…

ณ ตอนนี้เป็นที่ช่วงระยะเวลาพรีเซนท์กับทำแล็บเพลาลงบาง ฉันจึงใช้โอกาสนี้เขียนบล็อคต่อ

 

**๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘: อะบาชิริวันที่สอง**

พระอาทิตยขึ้นฉายแสงสว่างจ้าตั้งแต่เช้าตรู่ ฉันตื่นนอนตอนตีสี่ครึ่ง…ตื่นนอนซะเร็วเกินไป ทว่าฉันก็วอร์มอัพอย่างสดชื่น แล้วรับประทานอาหารเช้า ที่จริงวันก่อนฉันใช้พลังกายจนหมดกับทริปรถบัส ฉันไม่ดูโทรทัศน์หรือเล่นสมาร์ทโฟน นอนหลับยาวหลายชั่วโมง ดังนั้นฉันตื่นนนอนขึ้น ฉันรู้สึกสดชื่นกระปรี้เปร่าเต็มที่ ความสดชื่นของฉันได้กลับมาอีกครั้ง

ฉันอาบน้ำ แล้วขอยืมจักรยานจากเจ้าของโฮสเทล สวมแจ๊กเก็ตแดงตัวโปรดและหมวกกันน็อคสำหรับจักรยานใบใหม่เอี่ยม

และแล้วทริปปั่นจักรยาน ณ อะบาชิริเริ่มต้นขึ้น

 

ฉันได้กำหนดกฎกับตัวเองในทริปน่าท้าทายครั้งนี้ไว้
๑. ไม่ใช้สมาร์ทโฟนแต่ใช้ดูแผนที่หาเส้นทาง
๒. ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ไม่ตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ถามคนในท้องที่
๓. ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

 

ด้วยกฎเหล่านี้ ขณะที่ฉันเดินทางเที่ยวอย่างปลอดภัย ฉันเพลิดเพลินกับสิ่งก่อสร้างและธรรมชาติในอะบาชิริอย่างเต็มที่ อีกทั้งฉันเข้าใจการใช้ชีวิต ณ อะบาชิริอย่างลึกซึ้งผ่านการพูดคุยกับชาวเมืองอะบาชิริด้วย

ohotsk_2 ohotsk_4

ฉันออกจากหน้าสถานีรถไฟอะบาชิริ ข้ามสะพานใหม่ ปั่นจักรยานแล่นบนทางหลวงหมายเลข ๓๙

ยิ่งปั่นจักรยานไปเท่าไหร่ ฉันก็เข้าใกล้ชายฝั่ง Ohotsk จนเห็นเส้นขอบทะเล ฉันจอดจักรยานสักพัก แล้วยืนเลียบราวกั้นคอนกรีตเลียบชายฝั่ง ฉันเห็นเพียงเรือประมงและโกดังโดยรอบ ได้ยินเสียงคลื่นที่ซัดกระทั่งฝั่งอย่างสง

ตกอยู่ในมายาลวงราวกับว่าฉันอยู่ในโลกส่วนตัว

พอรู้สึกเต็มอิ่มกับความเงียบสงบซึ่งได้รับจากท้องทะเล ฉันออกจากชายฝั่งเพื่อเริ่มต้นการท้าทายของจริง

นั่นคือการปั่นจักรยานขึ้นเขามุ่งสู่แหลมโนโทริ

การขึ้นเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งการปั่นจักรยานสู่ยอดเขายิ่งยากขึ้นเป็นเท่าตัว พอปั่นจักรยานเลียบเนินเขา ฉันใช้แรงขาไปมากจนต้องแวะพัก อีกทั้งยิ่งปั่นจักรยานท้าแสงแดดแรงแผดเผาผิวด้วยแล้ว เหงื่อออกมากมาย…จนฉันถอดแจ๊กเก็ตสีแดงปั่นจักรยานต่อ

ohotsk_1

อย่างไรก็ตามสองข้างทางรายล้อมด้วยต้นไม้สูงสมกับฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างที่ฉันเพลิดเพลินกับสีเขียวชอุ่ม จังหวะนั้นลมฤดูใบไม้ผลิพัดแรงมา ฉันสามารถรู้สึกถึงลมเย็นๆ จนลืมความร้อนของแสงแดดที่กระทบผิวไปเสียสนิท และฉันก็สามารถปั่นจักรยานเที่ยวต่อด้วยความสบายใจ

ผลจากการฝ่าฟันท้าเนินเขาอันลาดชัน ฉันเห็นแหลมโทริซึ่งมีฉากหลังเป็นท้องทะเล Ohotsk อันกว้างใหญ่ ฉันปั่นลงเนินอย่างระมัดระวัง

ในที่สุดฉันได้มาถึงแหลมโนโทริ

พอยืดแขนทั้งสองข้าง ณ แหลมโนโทริ สายลมจากทะเล Ohotsk พัดมาอย่างอ่อนโยนราวกับอ่านใจออก ระหว่างที่เพลิดเพลินกับลมทะเลอย่างไม่เร่งรีบ ฉันได้ถ่ายรูปนับไม่ถ้วนอย่างเพลิดเพลิน กับประภาคารซึ่งถูกสร้างขึ้น ณ ใจกลางแหลมโนโทริ, รูปปั้นเทพท้องทะเลอันมหึมา และท้องทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นต้น

ohotsk_3

ฉันใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง เก็บความกว้างใหญ่ของทะเล Ohotsk ไว้ในความทรงจำ แล้วลงเขาอย่างสบายใจ ช่วงขากลับฉันปั่นจักรยานบนเลนถนนจักรยาน พอมุ่งสู่ตัวเมืองอะบาชิริ

ซากุระสีชมพูนับไม่ถ้วนเรียงราย ณ สองข้างทางของเลนถนนจักรยาน ราวกับว่าต้อนรับนักปั่นจักรยาน

เทียบกับซากุระที่ยืนตระหง่านในสวนสาธารณะแล้ว ฉันรู้สึกความงดงามอันเฉพาะตัว

ความงดงามที่นักปั่นจักรยานได้ครอบครอง

ohotsk

 

ยามเย็นแสงตะวันสีส้มได้ฉาดฉายบนท้องฟ้าสีคราม พอฉันถึงตัวเมือง ฉันไม่ได้แวะกลับโฮสเทล แต่แวะสะพานปลาอะบาชิริ ระหว่างที่นอน ณ ท่าเรือ ฉันฟังเพลงโปรด ทอดตามองท้องฟ้าเพลาเย็น

ทบทวนการผจญภัยในหนึ่งวันสู่ยอด Ohotsk

ฉันโชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจและทำให้การเดินทางคนเดียวเป็นจริงขึ้นได้

オホーツクの天辺:太陽に向かう自転車旅

久しぶりに記事を書きました。北大祭の前にGW観光について記事を完成させようとしました。ところが、実験・発表準備そして北大祭準備に優先したので、思い通りに連載を全く書き続けませんでした。ただ、その間にGWの撮った写真を見ると、特別な感情が頭の中に満たされていて、どうしてもGWシリーズを実現させたいというようなインパルスを与えられました。今のところ、発表や実験などのペースが少しの間に収まっていて、このチャンスで記事を書くようにします。

 

**2015年5月3日:網走での2日目**

早朝に太陽が明るく昇っていました。午前4時半ごろ起きてしまいました。早すぎました。。。しかし、元気にウォームアップしてから、朝ごはんを食べました。実際に前日はバス旅行で体力を使い果たして、テレビを見たりスマートフォンをしたりせずに、長時間よく眠っていました。ですから、起きてから体力と気分を十分充実させて、元気は戻りました。シャワーを浴びてから、ホステルのオーナーさんに自転車を貸して貰いました。愛用の赤いジャケットと新品の自転車用ヘルメットを着て、網走での自転車旅が始まりました。今回のチャレンジで自分にルールを決めました。

 

1.スマートフォンを使用せずに紙の地図を見ること。
2.分からないことが有ったら、先に自分で判断せずに地元の人に聞くこと。
3.安全交通ルールをちゃんと守ること。

 

そのルールによって、安全な旅をしながら、網走の自然や建物などを活発的に楽しめました。また、市民との会話を通して、網走での生活も深く理解出来ました。

 

網走駅の前から出発してから、新橋を渡り国道39号を走り出しました。自転車に乗れば乗るほど、水平線がよく見えるオホーツク海岸に近づきました。自転車を一時停めてから、海岸のコンクリートバリアに立ち寄りました。周りに漁船と倉庫のみ見えたり、沿岸に突き当る波の音を静かに聞こえたりすると、他人の入れない世界にいるような錯覚におちいりました。海に贈られた静けさを十分に実感したら、沿岸から出発して本番の挑戦が始まりました。自転車で山に登って能取岬へ行くことでした。

 

山に登るのは簡単なものではありませんでした。山頂まで自転車に乗るのは一層難関なものでした。山腹に沿って自転車に乗ったら、脚力をかなり使い尽くし、休憩をとりました。また、肌が焼けるほどの強い日光に向けて乗りが進むと、かなり汗をかきました。。それから、赤いジャケットを脱いだまま自転車を走り続けました。とにかく、路傍で高い木が春らしく囲っていました。鮮やかな緑色を楽しみながら、暫くの間、強い春風が吹いてきました。肌を当てる日光の熱さをすっかり忘れるほどの冷たい空気を体感でき、自転車旅が心地よく続けられるようになりました。険しい上がり坂に苦労した結果として、広大な背景のオホーツク海である能取岬が見えました。下がり坂の通りを注意深く下って、遂に能取岬に到着しました。

 

能取岬で立って両腕を横に伸ばすと、眉毛を読まれるようにオホーツク海の風が優しく吹いてきました。ゆっくりと海風を楽しみながら、能取岬の中心に建てられた灯台、壮大な漁夫の像、果てない海床など、無数の写真を気楽に撮りました。1時間でオホーツク海の広さを幸せに記憶に留めてから、軽快に坂を下がりました。帰った際にサイクリングロードを走りました。網走都心方面に行くにつれて、サイクリストを歓迎してくれるように、数えきれないピンク色の桜がサイクリングロードの両側に並んでいました。公園に立ち上がる桜と比べ、格別の綺麗さを感じていました。サイクリストが専有する綺麗さなのでした。

 

夕方になると、青空にオレンジの光線が照らしてきました。都心に着いてから、民宿に戻らず網走漁協で寄りました。港で寝ながら好きな音楽を聴いて夕焼けの空を眺めました。オホーツクの天辺までの冒険の一日中を振り返しました。一人旅を決意して実現できて、本当に良かったです。