เช้า ๖ นาฬิกา ฉันมาถึงเมืองอะบาชิริ
(ที่จริงขณะที่ฉันกำลังหลับบนรถประจำทาง พระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่เช้ามืด
คิดอยู่ว่าอรุณรุ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้มาเร็วนะ)

 

ฉันลงรถประจำทางที่หน้าสถานีรถไฟเจอาร์อะบาชิริ รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมใกล้ๆสถานี ออกจากโรงแรมก่อน ๘ โมงเช้า
เก็บสัมภาระที่ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญในสถานี จากนั้นซื้อตั๋วรถประจำทางวันเดย์พาสที่โรงแรมโตโยโกอิน
หากใช้ตั๋วพาสใบนี้ ฉันสามารถเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อภายในเมืองอะบาชิริได้

ฉันเพลิดเพลินกับยามเช้า ณ ใจกลางเมืองอันเงียบสงบ รอรถบัสคันแรกพลางถ่ายรูปไป
ก่อนมาอะบาชิริ ฉันได้เตรียมหาข้อมูลเกี่ยวกับซากุระบานไว้
ฉันทราบว่าซากุระผลิบานเต็มที่ในอะบาชิริช่วงโกลเด้นวีค
และมั่นใจในข้อมูลไม่มีผิดเมื่อได้เห็นต้นซากุระบางส่วน

๕ นาทีผ่านไป รถบัสคันแรกได้จอดเทียบป้ายรถประจำทาง
จากนั้น
…จากใต้ต้นซากุระ การเดินทางของฉันเริ่มต้นขึ้น…
abashiri_01 abashiri_02

สถานที่แรกที่ฉันได้เยือนคือ “เรือนจำอะบาชิริ”
ระบบรักษาความปลอดถูกทำให้แข็งแรง ด้วยกำแพงอิฐสูงและประตูที่มีล็อกกุญแจแน่นหนา
ทางเข้า-ออกถูกควบคุมอย่าเข้มงวด ไม่สามารถเข้าไปภายในเรือนจำได้
อย่างไรก็ดี, ฉันได้พบสิ่งที่น่าดึงดูดใจยิ่งกว่า

…ถนนซากุระเล็กๆใกล้ๆเรือนจำ…
abashiri_03

ซากุระสีชมพูสวยงามชวนให้หัวใจเต้น
ราวกับว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าฉันไม่ถ่ายรูปนับสิบใบ
นอกจากนี้ใกล้ๆเรือนจำมีย่านที่พักอาศัย
ฉันได้เห็นพ่อแม่ดูบุตรหลานเล่นซนใต้ต้นซากุระ
ยามได้เห็นวิวเหล่านั้น ฉันได้ระลึกถึงความทรงจำที่ได้ใช้เวลากับครอบครัวในเมืองไทย

เวลาผ่านไป ๑ ชั่วโมง ฉันสัมผัสลมเย็นของฤดูใบไม้ผลิระหว่างชมซากุระ
แล้วเดินทางต่อไปยังสถานที่เป้าหมายที่สอง
นั่นคือพิพิธภัณฑ์ทัณฑสถาน

ทันที่ฉันลงรถประจำทาง ฉันได้เห็นสีมชมพูของต้นซากุระนับไม่ถ้วนจากทางเข้าจนถึงภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นทิวทัศน์ภายนอกอันสดใส จากนั้นฉันได้ถ่ายรูปซากุระ และเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

abashiri_04

หลังจากอิ่มเอิบใจกับการดูดอกไม้ ฉันได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์
สิ่งก่อนสร้างภายในประกอบด้วยตึกต้นแบบที่ถูกย้ายและสิ่งก่อนสร้างจำลอง
สิ่งก่อสร้างหักยังคงรูปร่างเดิมได้สมบูรณ์แบบ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
คอนเซ็ปท์ของทัณฑสถานคือ การสร้างสิ่งก่อสร้างโดยมีสิ่งแวดล้อมที่ผู้ต้องขังเรือนจำอยู่สบาย
ขณะเดียวกันถูกทำให้เข้มงวดจนไม่สามารถหลบหนึได้

นอกจากนี้ในสมัยไทโช ทัณฑสถานอะบาชิริถุกจัดตั้งให้เป็นเรือนจำพิเศษที่มีพื้นที่การเกษตร
ซึ่งผู้ต้องขังเรือนจำได้รับการอบรมการเกษตรกรรม ทัณฑสถานอะชาริจึงกกลายเป็นโมเดลทัณฑสถานการเกษตร

abashiri_05

นอกจากรับชมสิ่งก่อสร้างภายในพิพิธภัณฑ์ ผู้เยี่ยมชมยังสามารถเก็บประสบการณ์การใช้ชีวิตภายในเรือนจำ
อาทิเช่น การรับประทานอาหารชุดต้นตำรับของเรือนจำ การทดลองแต่งชุดผู้ต้องขังที่สวมใส่สบาย
การตรวนโซ่ที่เท้า รวมถึงงานกรรมกรที่แสนหฤโหดอย่างการแบกกระเป๋าเชือกอันแสนหนัก เป็นต้น

ภายในยังมีร้านค้าพิพิธภัณฑ์และร้านค้า ผลิตภัณฑ์ล้วนผลิตโดยผู้ต้องขัง รายได้เหล่านั้นจะนำไปสนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้ต้องขังเรือนจำอะบาชิริ

และแล้ววันนี้…ฉันได้เข้าใจประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งอย่างลึกซึ้ง ระหว่างสัมผัสความงดงามของซากุระ ผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเรือนจำอะบาชิริใต้ต้นซากุระ

桜の下の刑務所

午前6時ごろ、網走に到着しました。(実は、バスで眠っている間、早朝に朝日が出ていました。今春の日の出が早く来ないかと期待していたのです)

JR網走駅前でバスを降り、近くのホテルで朝ごはんを食べて、午前8時より前に、ホテルを出て、駅のコインロッカーに荷物を保管し、その後、東横インで網走観光施設めぐりバスの1dayパスを買います。このパスを使うと、網走市内の名観光地へバスで一日自由に遊びに行くことが出来るのです。

静穏な下町の朝を楽しみ、写真を撮りながら、私はバスの始発を待っていました。網走に来る前に桜満開の情報を調べておいたのです。GWの頃には網走で満開らしいとのこと、この情報には間違いが無く、いくつかの桜の木が見えてきました。
5分後、始発バスがバス停に着き、そして桜の下から、私の旅が始まります。

 

一つ目の行き先は網走刑務所です。煉瓦の高い壁や鍵が固く掛かるゲートのような警備が強化されており出入りは厳しく、刑務所内には入ることができません。それでも、より魅力的なものが見つかりました。刑務所の隣にある小さな桜並木です。

ピンクの桜が心を動かされるほど美しくて、何十枚もの写真を撮らずには、いられなかったのです。また、刑務所の近くには住宅街があって、桜の木の下で遊んでいる子供を見守る、親の姿も見えました。その風景を見て、私がタイで家族と過ごした記憶を思い出しました。

 

1時間過ぎて、桜を見ながら春風の涼を取り、二つ目の目的地へ移動。そこは博物館網走監獄でした。バスを降りた途端、入口から館内まで無数の桜のピンク色が鮮やかな外観と、そして桜の写真を撮る、多くの観光客の姿が見えました。重大な使命のように、もちろん自分も写真を撮るべきだと思いました。

花見に十分満足してから、博物館に入ると館内の建物は、移築復元と再現構築を含んでいます。主要施設を完全な形で残し、日本一古くかつ最大だそうです。監獄施設のコンセプトとしては、受刑者にとって少しでも過ごしやすい環境を作った一方、逃さないように厳戒されて、建物は造られました。また大正時代に、網走監獄が農園設備特設刑務所に指定され、受刑者は農業訓練を教わり、網走監獄は農業監獄のモデルとなりました。

 

館内の施設を見ることは勿論、入館客は刑務所生活を体験することも出来ます。例えば、本物の刑務所の定食、動きやすい囚人服の試着、足に鎖をつけ、重い網袋を担ぐような過酷な囚人労働などで、刑務所生活が味わえるのでしょう。さらに、館内にはミュージアムショップと売店があり殆どの品物は受刑者が制作した物で、その収益は網走刑務所の受刑者向けの、職業支援に使います。

 

今日、桜の下で網走刑務所の歴史を学ぶことにより、桜の美しさを味わいながら、一部の歴史を深く理解できたように思いました。