วันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม

 

เวลา ๙.๓๐ น.

แม้เป็นช่วงสุดสัปดาห์ ยังเป็นเช้าวันหนึ่งที่ฉันยังเข้าห้องแล็บ
ไม่ใช่วันธรรมดา จึงเป็นหนึ่งวันที่สามารถเข้าออกได้ตามใจ
จริงๆวันนี้ไม่มีการทดลองหรือถกประเด็นงานวิจัยแต่อย่างใด
(เพราะวันก่อนฉันทำงานส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว)

ฉันใช้เวลา ๒ ชั่วโมงดูยูทูปพลางเคาท์ดาวน์รอ

 

เวลา ๑๑.๑๕ น.

เวลากระชั้นชิดทุกขณะ
ฉันปิดคอมพิวเตอร์
ออกจากห้องแล็บไปเงียบ
ชนิดที่ไม่มีใครรู้สึกตัว

 

เวลา ๑๑.๒๐ น.

เทียบกับวันก่อนการเดินจากคณะค่อนข้างลำบาก เพราะทางเดินลื่น ขนาดสามารถเล่นสเก็ตน้ำแข็งได้อย่างนักกีฬานามว่า ฮานิว ยุซุรุ

ก่อนถึงประตูทางเข้าตรงคิตะ ๑๓ ฉันเห็นรถจอดอยู่ข้างๆกองหิมะขนาดมหึมา ภายในรถคุณสต๊าฟจากเว็บไซต์การท่องเที่ยวเมืองซับโปโรรออยู่ พวกเราต่างโบกมือให้กัน ทันใดนั้นฉันก็ขึ้นรถ

และแล้วการเดินทางลุยภารกิจหน้าแรกได้เริ่มต้นขึ้น

ยิ่งรถวิ่งบนทางด่วนไปไกลเท่าไร จะยิ่งห่างจากซับโปโรไปมากเท่านั้น ๓๐ นาทีผ่านไป ฉันเห็นทะเลโอตารุอันกว้างใหญ่ไพศาล จึงรู้สึกได้ว่าฉันมาถึงโอตารุแล้ว

th_otaru_01

ประมาณเที่ยงตรง

เป้าหมายที่พวกเราไปเยือนคือ “Wingbay Otaru” ช็อปปิ้งมอลล์ที่ใหญ่กว่าเจอาร์ทาวเวอร์ เมืองซับโปโร (อันที่จริงที่นี่ดูใหญ่กว่าห้างชื่อดังของเมืองไทยอย่างสยาม พารากอนและเซ็นทรัล)

ก่อนถึงโอตารุ คุณสต๊าฟได้แนะนำร้านราเม็งชื่อดังในช็อปปิ้งมอลล์แห่งนี้ ร้านนี้มีชื่อว่า “Ryuugaku” ซึ่งมีราเม็งแนะนำอย่าง ราเม็งซุปมิโสะแกงกะหรี่ที่มีรสเผ็ดชวนเอร็ดอร่อย

ลานจอดรถค่อนข้างแน่นขนัดด้วยรถยนต์ จึงใช้เวลาอยู่บ้าง แต่พอจอดรถปุ๊บ ยังไม่ทันขาดคำพวกเราก็เข้า Wingbay Otaru หาร้านราเม็ง “Ryuugaku” ทว่ามีร้านรวงมากมายเรียงราย ทางเดินค่อนข้างยาวไกล อีกทั้งแผนที่บอกทางยังเขียนไม่ชัดเจน จึงหลงทางสักพัก และรู้สึกท้องร้องหิวขนาดทนไม่ได้เลยทีเดียว และแล้ว ๑๕ นาทีผ่านไปพวกเราได้มาถึงร้านนี้

 

เวลา ๑๒.๑๕ น.

ได้เวลาสั่งราเม็งซุปมิโสะแกงกะหรี่ พอซดน้ำซุปที่ผสมระหว่างแกงกะหรี่กับมิโสะเข้าปากปุ๊บ ฉันสัมผัสถึงรสชาติเผ็ดซาบซ่าน ชวนกระตุ้นโสตประสาท คุณสต๊าฟชาวญี่ปุ่นได้ลิ้มลองความเผ็ดของราเม็งสักพัก พลันเหงื่อแตกพลั่ก ขณะที่คนชื่นชอบของเผ็ดอย่างฉันกลับรู้สึกสบายๆ (จริงๆแล้วไม่ได้เผ็ดเท่าอาหารไทย จึงไม่เป็นปัญหา)

th_otaru_02

เวลา ๑๓.๐๐ น.

พอท้องอิ่มด้วยราเม็ง ก็ง่วง….เอ๊ย! ไม่ใช่ๆ…ก็ออกจากร้าน เคลื่อนพลไปสถานที่ถัดไป ซึ่งก็คือ….
“Aeon Cinema Otaru” นั่นเอง

เทียบกับ Cinema Frontier ในเจอาร์ทาวเวอร์ ที่นี่เป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นโรงภาพยนตร์ ฉันจึงรู้สึกห่างหายไปนานกับการชมภาพยนตร์ในบรรยากาศโรงภาพยนตร์

วันนี้มีการฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ ภาพยนตร์ที่ได้ดูมีชื่อว่า “Kimi wa ii ko” ซึ่งถ่ายทำที่เมืองโอตารุ

 

เวลา ๑๔.๐๐ น.

ก่อนฉายภาพยนตร์ การกล่าวทักทายบนเวทีได้เริ่มขึ้น ผู้ว่าการเมืองโอตารุและประธานคณะกรรมการภาพยนตร์เมืองโอตารุ ได้ขึ้นมากล่าวทักทาย จากนั้น “เคงโกะ โคระ” นักแสดงนำในเรื่องผู้มีสุขุมและมีสไตล์ และ “ผู้กำกับโอ” ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้กำกับที่น่ารักที่สุดในญี่ปุ่น ได้ปรากฏตัว พูดคุยและหัวเราะกับเหล่านักเรียนชั้นประถมที่ได้แสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้

th_otaru_03

จบการกล่าวทักทายบนเวที ถัดมาคือการฉายภาพยนตร์

 

เวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น.

สิ้นสุดการฉายภาพยนตร์ งานแถลงข่าวสื่อมวลชนของคุณโคระและผู้กำกับโอได้เริ่มต้นขึ้น จริงๆแล้วฉันมาโอตารุเพื่องานแถลงข่าวนี้นั่นเอง!!! ฉันในฐานะผู้สื่อข่าวนักเรียนต่างชาติจากประเทศไทย ได้เปิดประสบการณ์ท้าทายด้วยการสัมภาษณ์ ฉันได้ถามคำถามกับผู้กำกับโอ ฉันถามคำถามไปได้ด้วยดี และรู้สึกโล่งใจพอควร อีกทั้งที่นั่งตัวเองอยู่แถวแรกสุด จึงเห็นโคระซังและผู้กำกับโออย่างแจ่มชัด ยิ่งมองตัวจริงบ่อยเท่าใด ฉันกลับรู้สึกตื่นเต้นบอกไม่ถูก

เนื่องจากวันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคมเป็นวันเกิดของผู้กำกับโอ ก่อนจบงานแถลงข่าวสื่อมวลชน มีการจัดเซอร์ไพรส์วันเกิด ตัวแทนเด็กๆที่แสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อ่านข้อความอวยพรวันเกิดและให้ของขวัญแสนน่ารัก นอกจากนี้ผู้กำกับโอได้รับเค้กรูปดอกซากุระจากบุคลการประจำโรงภาพยนตร์ ก่อนจบงานแถลงข่าวผู้กำกับโอได้ถ่ายรูปร่วมกับคุณโคระและตัวแทนเด็กๆ

th_otaru_04

“Kimi wa ii ko”

ผลงานซึ่งสื่อถึงการศึกษาและการเลี้ยงดูบุตรหลาน อันสัมพันธ์กับการแก้ปัญหาสังคม มีกำหนดการฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเดือนมิถุนายน

 

เวลา ๑๙.๐๐ น.เศษๆ

ก่อนกลับเมืองซับโปโร พวกเราได้รับประทานซูชิ พอพูดถึงเมืองโอตารุ ต้องนึกถึงซูชิแน่นอน! เป้าหมายที่ได้ไปเยือนคือ ร้านซูชิชื่อดังของฮอกไกโดนามว่า “Toppi” ร้านนี้เปิดสาขาที่เจอาร์ทาววเอร์ แต่สาขาโอตารุมีที่นั่งเยอะ ไม่แน่นขนัด และใช้วัตถุดิบสดใหม่ จึงมีรสชาติอร่อย ฉันได้รับประทานซูชินามว่า “Guntan” ซึ่งเป็นซูชิที่มีรูปร่างเหมือนเรือดำน้ำ จึงรับประทานง่าย

th_otaru_06

 

เวลา ๒๐.๓๐ น.
ฉันกลับถึงซับโปโรแล้วจ้า!!!!‼

ฉันได้สัมภาษณ์บุคคลในวงการบันเทิงและผู้กำกับภาพยนตร์ของญี่ปุ่นที่โอตารุ และได้รับประทานอาหารอร่อย….วันนี้ช่างเป็นหนึ่งวันที่แสนวิเศษราวกับเป็นซินเดอเรลล่าทีเดียว

札幌のシンデレラ(Ep.01)

03/07 (土)

 

午前9時半
週末なのに研究室へまだ来る一日の朝。平日ではないから、自由に出入りが出来る一日中。特に実験も研究議論も有りませんでした。(前日、大分果たせたからです。)2時間をカウントダウンし、待ちながらYouTubeを見ていました。

 

午前11時15分
時間が迫ってきて、パソコンを消し、誰も気つかずに、こっそり研究室を出ました。

 

午前11時20分
学部から歩くのは前日より大変でした。歩道がツルツルして、羽生結弦選手のようにスケートが出来るほど滑りそうでした。北13条正面に着く前に、巨大な積雪の隣で止まっている車が見えました。車内で札幌市公式観光サイトのスタッフさんは待ってくれました。手を振り合ってから、間も無く車に入り、使命の旅の1ページが始まりました。
車が高速道路を走って行くにつれ、札幌から離れて行きました。30分後、広大な小樽の海が見え、遂に小樽に到着したと実感しました。

 

正午直前
向かい先は札幌のJRタワーより広大なシッピングモールである、「ウィングベイ小樽」。(正直、タイの名デパートである 「サイアム・パラゴン」と「セントラル」よりも大きそうです。)
小樽に来る前に、スタッフさんは、このショッピングモールにある有名ラーメン店を紹介してくれました。そこは「龍覚」というお店で、オススメのカレー味噌ラーメンがピリ辛く、とても美味しいそうです。駐車場が混んでいて少し時間がかかりましたが、車を止めた後言うまでもなく、ウィングベイ小樽に入り「龍覚」を探しました。しかし、様々なお店が並んでいるし、通路が長いし、マップは明確に書かれていませんでした。一時迷ってしまって、耐えられないほどお腹が空きました。15分後、ようやくお店まで着きました。

 

午後12時15分
カレー味噌ラーメンを注文!カレーと味噌が混ざっているスープを口に入ると、神経を動かせるように刺激的なピリ辛味がしました。日本人のスタッフさんはラーメンの辛さを味わって、汗だくになっていました。一方、辛いものが大好きな自分は全然平気でした。(実は、タイ料理ほど辛くないですから、大丈夫なのです。)

 

午後1時
ラーメンで満腹したら、眠くなりました…違います!!! お店を出てから次と場所に移動しました。そこは…「イオンシネマ小樽」でした!JRタワーのシネマフロンティアに比べて、大きくて映画館らしい所でした。映画館らしい雰囲気で映画を見るのは久しぶりでした。
今日、試写会は開催されました。見た作品は小樽で撮影された「きみはいい子」という映画でした。

 

午後2時
映画を上映する前に、舞台挨拶が始まりした。小樽市長と小樽フィルムコミッション会長は挨拶しに来ました。その後、お洒落で穏やかな俳優である主演者の高良 健吾と日本で一番可愛い監督と言われている呉監督が登場し、試写会に来た映画に出演した小学生達と話したり笑ったりしました。舞台挨拶が終わり、次は映画上映です。

 

午後4時頃
上映終了後、高良さんと呉監督の記者会見が始まりました。実は私はこの記者会見のために小樽にやって来たのです!私はタイ人留学生記者として、インタビュー初挑戦をしました!私は呉監督に質問をすることができました。無事に質問して、ホッとしたと感じました。また、自分の席は一例目にあったので、高良さんと呉監督がよく見えました。本人を見れば見るほど興奮してしまいました。
3/14(土)は呉監督の誕生日なので、記者会見が終わる前にバースデーサプライズがありました。この映画に出演した子供の代表はバースデーメッセージを読んだり、可愛いプレゼントをあげたりしました。更に、呉監督は桜花のケーキを映画館関係者達から貰いました。会見終了の前に、呉監督は高良さんと子供代表と共に写真を撮りました。

「きみはいい子」
社会問題の解決に繋がる教育と子育てをかたる作品です。6月に全国公開の予定です。

 

午後7時過ぎ
帰札する前に、お寿司を食べました。小樽といえばやっぱりお寿司でしょう!向かった先は北海道の有名なお寿司屋さんである「とっぴー」でした。JRタワーにも店舗がありますが、小樽店舗の方は席が多いので混雑がなく、新鮮なネタでとても美味しかったです。「軍艦」という寿司も食べました。軍艦ような形で食べやすいと思っていました。

 

午後8時半
札幌へ帰りました!!!! 小樽で日本の芸能人や映画監督にインタビューして、美味しいものを食べて。。。
今日はシンデレラのような素敵な一日でした。