タイ語

Thai

タイ語

แลกเปลี่ยนเรื่องราว ณ โรงอาหารกลางคืน

夜間食堂で物語を交わし合う。

ฤดูใบไม้ผลีที่แล้วฉันได้อ่านบทความรวมอาหารเซทไซส์พิเศษผ่านตา ราคาสบายกระเป๋าสตางค์สวนทางกับปริมาณไม่อั้นของข้าวและกับข้าว

 

ช่วงสิ้นฤดูร้อนปีที่แล้ว ฉันได้เยือนร้านใกล้มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ซึ่งถูกเขียนไว้ในบทความฟรีฉบับนั้น ร้านขนาดเล็กราวกับกระท่อมกลางป่า แต่ฉันเข้าไปร้านทันใดนั้น ฉันสัมผัสถึงบรรยากาศอันอบอุ่นโดยฉับพลัน ร้านนั้นมีชื่อว่า “จานู” ภายในตกแต่งด้วยไม้ทั้งหมด แบ่งที่นั่นเป็นที่นั่งเคาน์เตอร์ ที่นั่งโต๊ะ และที่นั่งโคะทัตสึ จากที่นั่งเคาน์เตอร์สามารถสังเกตชมกรรมวิธีทำอาหาร ข้างๆที่นั่งโคะทัตสึและที่นั่งโต๊ะ มีตู้หนังสือซึ่งเรียงหนังสือการ์ตูนจำนวนมาก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างช้าๆ กำแพงสี่ด้านมีป้ายบันทึกสถิติผู้สำเร็จการรับประทานอาหารไซส์พิเศษ เป็นหลักฐานประจักษ์ซึ่งการบรรลุเป้าหมายในชีวิต

jane_04

jane_01

ไม่เพียงบรรยกาศอันอบอุ่น ทุกครั้งที่ฉันมาที่นี่ เจ้าของร้านและคุณพนักงานอีกหนึ่งท่านส่งรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้ ระหว่างที่ดูโทรทัศน์ ฉันพูดคุยกับเจ้าของร้านเกี่ยวกับประเด็นที่นำเสนอเหล่านั้น เจ้าของร้านเล่าเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นอาทิวัฒนธรรม, การเมือง, การฑูต เป็นต้น เมื่อกล่าวถึงประเทศญี่ปุ่น ฉันรู้สึกว่า การพูดคุยกับคนญี่ปุ่นช่วยเปิดมุมมอง ซึ่งต่างจากสิ่งที่นักท่องเที่ยวเห็น

คืนนั้น ฉันไม่สามารถรับประทานเซทไซส์พิเศษจนเกลี้ยง ฉันจึงสั่งเซทไก่ทอดไซส์รอง ตอนนั้นมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันสเก็ตน้ำแข็งรอบกังปรีซ์ของญี่ปุ่นทางโทรทัศน์ ระหว่างที่ฉันรับประทานอาหารชุด พลางดูการแข่งขันด้วยความตื่นเต้น การพูดคุยเกี่ยวกับการแข่งขันกับเจ้าของร้านเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ สายตาของพวกเรามุ่งจับจ้องทีวี เชียร์นักกีฬาของญี่ปุ่นร่วมกัน

jane_03

jane_02

ที่แน่ๆการรับประทานอาหารนอกบ้าน คือ การไปรับประทาน ที่สำคัญเช่นกัน คือ การฟังบทสนทนาของคนของร้านและแลกเปลี่ยนความเห็น ทำให้เปิดมุมมองกว้างต่อที่ที่เรากำลังอยู่และโลกใบนี้ ทำให้เห็นว่า “ขณะนี้” มีอะไรแตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปจาก “อดีต” นอกจากนี้บรรยากาศอันอบอุ่นเสมือนบ้าน และบทสนทนาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้เราสามารถแชร์ความสุขกับคนแปลกหน้าด้วย

read more>>

สร้างโลกโดยคนสร้างไอเดีย: เก็บตกงานซับโปโร มอเตอร์โชว์ ปี ๒๐๑๖

アイデアを創る人により世界を創る:札幌モーターショー2016のダイジェスト・感想

โลกมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งแวดล้อมถูกปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มนุษย์อยู่สบาย นอกจากปัจจัยสี่อย่างที่อยู่อาศัย, อาหาร, เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ความต้องการทางจิตวิทยา อาทิเช่น ความสะดวกสบาย, ความปลอดภัย และความสบายใจ เป็นต้น เป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้ในชีวิต เพื่อเติมเต็มความต้องการของมนุษย์ การสร้างสิ่งแวดล้อมนั้นจำเป็นต้องพิจารณาไตร่ตรองมิติเชิงจิตวิทยา เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมอันใกล้เคียงกับอุดมคติ สิ่งของอันจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตต้องมี “ความพิเศษ”

 

๒๓ มกราคม วันที่ไม่มีการทดลอง
ฉันออกจากห้องแล็บ เป็นครั้งแรกของปีนี้ที่ฉันได้ออกมาไกลๆ ก่อนเดินทางฉันแวะร้านสะดวกซื้อ ไปซื้อตั๋วเข้าชมงาน จากนั้นฉันนั่งรถไฟใต้ดินถึงสถานีฟุคุซุมิ อันเป็นสถานีปลายทางของสายโทโฮ ฉันเดินท่ามกลางผู้คนจำนวนจนถึงซับโปโรโดม

mortorshow_3

แม้ฉันไม่มีสนใจเกี่ยวกับรถยนต์ ฉันได้ไปงานซับโปโร มอเตอร์โชว์ ๒๐๑๖ ซึ่งจัดที่ซับโปโรโดม เหตุผลไม่ใช่ต้องการรถยนต์ แต่มาประจักษ์พยานด้วยตนเอง ซึ่งเทคโนโลยีล้ำหน้าของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกเรียกขนานเป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วย ตัวแทนบริษัทรถยนต์ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น เปิดโชว์โมเดลรถยนต์อันมีดีไซน์และคุณลักษณะพิเศษ นำเสนอไม่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังนำเสนอฟังก์ชั่นการทำงานพิเศษซึ่งไม่แพ้ใคร ผู้เข้าชมงานถูกดึงดูดใจ ให้ถ่ายรูปและทดลองนั่งรถ นอกจากความสะดวกสบายและความปลอดภัย พลังงานไฮบริดซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวด้อมกลายเป็นประเด็นใหญ่ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ พลังงานไฮบริดเกิดจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้าของไฮโดรเจน ให้พลังงานไฟฟ้า เมื่อเทียบกับพลังงานปิโตรเลียม ไม่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นพลังงานทางเลือกแห่งอนาคต ซึ่งจะลดความรุนแรงของภาวะโลกร้อน

mortorshow_2

สิ่งที่ชวนให้สนใจยิ่งกว่า คือ “โซนอุตสาหกรรมยานยนต์ฮอกไกโด” ซึ่งแนะนำองค์กรที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ของฮอกไกโด เริ่มจากมหาวิทยาลัยฮอกไกโด มหาวิทยาลัยวิศวกรรมคิตามิ และศูนย์วิจัยรวมฮอกไกโด มีการนำเสนองานวิจัยเทคโนโลยีเกี่ยวกับการพัฒนายานยนต์ นอกจากองค์กรวิชาการ โรงงานในฮอกไกโดได้นำเสนอเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ด้วย นอกจากนี้ยังมีการประกวดซึ่งเรียกว่า “การแข่งขันประดิษฐ์รถยนต์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมฮอกไกโด” ทีมตัวแทนจากโรงเรียนในฮอกไกโดออกแบบรถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำหรับสุภาพสตรี นำเสนอในงาน และประชามสัมพันธ์ให้ผู้ร่วมงาน

mortorshow_1

เวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมง ฉันได้เรียนรู้การประดิษฐ์สิ่งของและการพัฒนาของประเทศญี่ปุ่น ผ่านรถยนต์และเทคโนโลยีที่นำเสนอในงาน ทำให้ฉันเข้าใจว่า ควรสร้างสรรค์สิ่งต่างๆอย่างไร เพื่อสิ่งแวดล้อมที่อยู่สบาย เพื่อโลกที่น่าอยู่ นั่นคือขณะที่มองทะลุจิตวิทยาของมนุษย์ พิจารณามุมมองเชิงสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์สิ่งของซึ่งทำให้ชีวิตสะดวกสบาย ด้วยไอเดียเหล่านั้น โลกจะกลายเป็นสถานที่รื่นรมย์และน่าอยู่

 

ฉันเชื่อแบบนั้น

read more>>

รสชาติชวนให้หวนคิดถึงบ้าน

実家に思いを寄せる味

๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘
ฉันได้บรรลุสัญญาเรียบร้อย

 

หน้าร้อนปีนี้ฉันได้สัญญากับรุ่นพี่ที่รู้จักกัน ว่าจะไปรับประทานอาหารไทยด้วยกัน ทว่าพวกเราต่างงานยุ่ง ผ่านไปสามเดือนกว่าทำให้สัญญานั้นเป็นจริง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ย่างเข้าสู่หน้าหนาวในเดือนธันวาคม ยังดีที่งานประชุมวิชาการนานาชาติและงานอีเว้นท์นานาชาติสิ้นสุดต้นเดือนธันวาคม จึงติดต่อรุ่นพี่เพื่อรับประทานอาหารอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทยช่วงสุดสัปดาห์
ฉันเดินอย่างไม่เร่งรีบใน Chikaho เนื่องจากเป็นวันเสาร์ จึงเห็นผู้คนมากมายจากเจอาร์ทาวเวอร์จนทางเดินถึงฝั่งโอโดริ ห้านาทีจากนั้นฉันถึงทางเช้าชั้นใต้ดินหนึ่งของตึก North Plaza ด้านขวามือ ทันทีที่เข้าไปฉันพบร้านซึ่งเป็นขุดนัดพบ ร้านนี้มีชื่อว่า “Jidapa Special” ลูกค้าชาวญี่ปุ่นยืนเรียงแถวรอก่อนเปิดร้าน เป็นบรรยากาศยืนยันความนิยมของร้านเป็นอย่างดี

thai_restrant_01

thai_restrant_04

ทันที่พนักงานประกาศเปิดร้าน ลูกค้าแห่เข้าไปในร้าน มื้อกลางวันวันนี้เป็นบุฟเฟ่ต์ ๖๐ นาที รวบรวมเมนูอร่อย ๑๐ รายการ ให้สัมผัสรสชาติต้นตำรับไทยแท้ การตกแต่งภายในตรงข้ามกับภาพลักษณ์อันสดใสของประเทศไทย ชวนใหรู้สึกแปลกประหลาด ในทางกลับกันแสงสปอตไลท์ซึ่งฉาดฉายเฉพาะที่นั่ง ชวนให้สัมผัสความเป็นส่วนตัวอันหรูหรา

thai_restrant_02 thai_restrant_03

อีกทั้งฉันได้ยินเพลงไทยที่ก้องภายในร้าน พอได้ฟังเพลง ฉันได้รำลึกถึงความทรงจำหลากหลายที่หลงเหลือในประเทศไทย อาทิความสุขสำราญ ความตื่นเต้นเร้าใจ และความเศร้าโศก เป็นต้น
นอกจากนี้เพียงชั่วครู่ที่ฉันได้ชิมอาหาร ความทรงจำที่มีต่อบ้าน ซึ่งหลับใหลภายในสมองได้ถูกปลุกตื่นขึ้น เมื่อรับประทานอาหารเงียบๆไปเรื่อยๆ ความทรงจำหลายๆอย่างในเมืองไทยได้ผุดขึ้นความทรงจำที่ได้สร้างขึ้นกับคนสำคัญ ไม่ว่าครอบครัว เพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ และบุคคลรอบข้าง เป็นสิ่งซึ่งหาไม่ได้ในประเทศญี่ปุ่น อาหารไทยต้นตำรับเป็นรสชาติที่ชวนให้หวนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของตัวเอง…ที่เมืองไทย

 

read more>>

ย่างก้าวสู่โลกแห่งดีไซน์...สวิสเซอร์แลนด์

スイスのデザインアートを歩む。

๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

หลายวันก่อนฉันพบเจอความผิดหวัง ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจคิดถึงขั้นเก็บเอามาฝัน ตอนเช้าพอฉันตื่นขึ้นมาจากความฝัน ฉันตั้งใจจะออกไปปั่นจักรยานเพื่อปลดปล่อยความเครียดในวันที่ฝนตก ทว่าระหว่างทางฉันทนความหนาวเหน็บของสายฝน ราวกับกระดูกโดนแช่แข็งไม่ไหว จึงไม่ฝืนต่อ นั่งรถไฟใต้ดินแทน

ฉันถึงสถานีมาโคมาไน ซึ่งเป็นสถานีปลายทางสายนัมโบขุ แล้วนั่งรถบัสต่อไปยังโลกแห่งศิลปะท่ามกลางธรรมชาติ ที่นั่นคือ “Sapporo Art Park” โลกแห่งงานศิลป์ที่ทำให้หัวใจนิ่งสงบระหว่างชมธรรมชาติไปพลางๆ โลกที่จุดความคิดสร้างสรรค์และแรงกระตุ้นให้ลุกโชน ฉันถึงที่นั่นเก้าโมงครึ่ง ทว่าพิพิธภัณฑ์ยังไม่เปิด ระหว่างรอฉันได้เดินเล่นกลางป่า ขณะที่ใบไม้แดงร่วงไปมาก ฉันได้เห็นๆเกล็ดน้ำแข็งเล็กก่อตัวบนต้นหญ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการมาเยือนของฤดูหนาวในซับโปโรในอีกไม่นาน

swiss_03swiss_02

พิพิธภัณฑ์เปิดตอน 9.45 น. ผู้เข้าชมผู้หลงใหลในศิลปะได้เข้าไปในโลกใบนี้อย่างเงียบๆ งานที่ฉันได้ไปดูคือ “SWISS DESIGN” เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ ๑๕๐ ปีของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศสวิสเซอร์แลนด์ งานนิทรรศการนี้แนะนำงานดีไซน์จากสวิส ซึ่งผสานความเรียบง่ายกับการนำไปใช้จริง เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของงาน จึงมีผู้เข้าชมจำนวนมากมาเยือนตั้งแต่เช้า ภายในมีการแสดงงานเขียนและสิ่งของซึ่งเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ มีการแสดงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สิ่งของทุกชิ้นล้วนมีดีไซน์เรียบง่าย ทว่าเมื่อพิจารณาการใช้งาน เป็นสิ่งของที่ทันสมัยและใช้งานได้สะดวก มีการออกแบบหลากหลาย ให้เฉพาะเจาะจงกับวัตถุประสงค์ของงานในสาขาอาชีพ ไม่เพียงความสวยงาม ยังให้ความสำคัญต่อประโยชน์ใช้สอย นอกจากนี้จากมุมมองการอนุรักษ์ธรรมชาติ ยังมีการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จุดเด่นของงานดีไซน์สวิสจึงมีจุดคล้ายคลึงกับงานดีไซน์สมัยใหม่ของญี่ปุ่น
เมื่อชมงานนิทรรศการจบ ฉันเองก็อยากได้ของจากสวิสเซอร์แลนด์ขึ้นมา

swiss_01swiss_04

read more>>

แจ้งเกิดเหมือนเกิดใหม่ ณ ซาลอนญี่ปุ่น

生まれ変わるような日本の美容室デビュー

มีการกล่าวไว้ในทฤษฎีจิตวิทยาว่า การตัดผมเป็นการประกาศชัดแจ้งว่า “จะเริ่มต้นชีวิตใหม่” และ “เปลี่ยนตนเองเป็นคนใหม่” ณ เช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง ฉันได้พบปะกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยน ราวกับเกิดใหม่ เป็นการสัมผัสประสบการณ์แสนวิเศษ ณ ร้านทำผมในประเทศญี่ปุ่น

 

 

นับเป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาเยือนร้านเสริมสวยในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ฉันมาประเทศญี่ปุ่น ฉันตัดผมและย้อมสีผมเองเสมอ ค่าทำผมแพงมากเมื่อเทียบกับที่ไทย จนรู้สึกเสียดายเงิน ฉันไม่ได้ดูแลผมเป็นพิเศษแต่อย่างไร แค่ไปลองผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผมและหนังศีรษะของตนเอง ณ ร้านขายยา ทว่าการมาเยือนร้านเสริมสวยครั้งแรกนี้ ทำให้ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลเส้นผมใหม่ตั้งแต่หนึ่ง

 

 

ร้านทำผมที่ได้ไปทดลองครั้งแรกอยู่ที่เขตฮิงาชิ เมืองซับโปโร ชื่อ “Roy21” ทันทีที่เข้าร้าน ฉันตื่นเต้นกับการตกแต่งภายในอันแสนน่ารัก กำแพง อุปกรณ์เสริมสวยในร้าน ตลอดจนเสื้อผ้าเจ้าของร้านเกือบทุกอย่างเป็นสีชมพู จนลูกค้าสุภาพสตรีตื่นเต้นอย่างแน่นอน

salon_02

 

ไม่เพียงแค่บรรยากาศในร้านที่ดูหวานแบบผู้หญิง เจ้าของร้านยังให้คำปรึกษาเฉพาะทางเกี่ยวกับเส้นผมอย่างเอาใจใส่ นับเป็นจุดเด่นน่าแนะนำของร้านนี้ ฉันดูแลผมด้วยตัวเองมาตลอด แต่ไม่รู้ว่าดูแลอย่างไม่ถูกต้อง นับเป็นโอกาสที่ดีที่ฉันได้เรียนรู้้เกี่ยวกับเส้นผม ตั้งแต่สภาพเส้นผมที่ดูมีสุขภาพดี สภาพเส้นผมแห้งเสีย ตลอดจนวิธีสระผมที่ถูกต้อง

salon_03

นอกจากนี้เทคนิคการบริการนุ่มนวลราวกับล่องลอยในอากาศ เพียงแค่ให้สระผม ร่างกายรู้สึกเบาหวิวราวกับเข้าสปาไทย ชวนให้หลับใหลอยู่ในภวังค์แห่งความสุข โดยไม่ได้สนสิ่งรอบข้าง เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ ณ ร้านเสริมสวยในไทย

salon_01

 

ตั้งแต่ตัดผม สระผม จนทรีทเม้นท์ใช้เวลาเบ็ดเสร็จราวหนึ่งชั่วโมง ค่าตัดผม 2,800 เยน ค่าสระผม 1,000 เยน และค่าทรีทเม้นท์ 1,500 เยน รวมเป็นเงิน 5,300 เยน เมื่อฉันได้ดูเส้นผมตัวเองในกระจก ฉันตื่นเต้นประหลาดใจกับเส้นผมที่ได้รับการดูแลอย่างสวยงาม ทันทีที่ฉันสัมผัสเส้นผม ช่างให้ความรู้สึกราวกับเส้นไหม ฉันมีความสุขจนหยุดยิ้มไม่ได้ แม้ฉันได้ออกจากร้านมาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นฉันรู้สึกราวกับว่า การมองดูเมืองซับโปโรเปลี่ยนไป ราวกับไม่เคยมาที่นี่มาก่อน

salon_05

การเดบิวท์ร้านเสริมสวยญี่ปุ่นทำให้ฉันได้ค้นพบตัวเองใหม่อีกครั้ง อย่างที่ฉันไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

Roy21

4-16 Kita 21-jo Higashi 12-chome Higashi-ku Sapporo-shi

read more>>

Autumn Festival – สานสัมพันธ์กับเกษตรกรและผู้ประกบอการผ่านอาหารการกิน -

オータムフェスト 〜食べ物は飲食店・農家との繋がり〜

ฤดูร้อนผ่านพ้นไป ทว่าฤดูใบไม้ร่วงยังไม่เริ่มต้น อากาศ ณ ซับโปโรตอนนี้ยังไม่หนาวเย็นเท่าไร แดดจ้าตอนกลางวัน ชวนให้รู้สึกความร้อนผ่านแบบพอดีๆ ยังไม่เห็นใบไม้แดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงด้วย ตรงกันข้ามยามราตรีสายลมเย็นชื่นใจพัดผ่าน เป็นพยานหลักฐานบ่งบอกถึงมาเยือนของฤดูกาลใหม่

 

เดือนกันยายนปีนี้มีวันหยุดยาวห้าวันเรียกว่าช่วง “Silver week” อันห่างหายไปนานพอสมควรสำหรับคนญี่ปุ่น บ้างไปเที่ยวเหมือนช่วง Golden week ในเดือนพฤษภาคม บ้างเที่ยวสบายๆในซับโปโร ระหว่างนั้นมีเทศกาลอาหารอันยิ่งใหญ่จัดขึ้น ณ สวนโอโดริ

เรียกว่า “Sapporo Autumn Fest”

autumn_1

นับตั้งแต่มาซับโปโรตอนฤดูใบไม้ผลิเมื่อปี ๒๕๕๘ ฉันไปงานนี้เป็นครั้งที่สี่ งานนี้จัดเป็นเวลาสามสัปดาห์ในเดือนกันยายนทุกปี จุดเด่นของงานนี้ไม่มีเพียงเมนูเด็ดประจำซับโปโร แต่ยังรวมของกินชื่อดังทั่วฮอกไกโด มีร้านออกงานในฮอกไกโดมากกว่าร้อยร้าน ให้ลองลิ้มชิมรสเมนูหลากหลาย ในงานมีการแบ่งโซนเป็นธีม ทำให้หาร้านตามความชอบหรือความสนใจได้ง่าย การเดินเล่นภายในงานจึงน่าสนุกสนาน ทุกวันมีการแสดงบนเวทีภายในงาน ชวนให้เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารยิ่งขึ้น นอกจากนี้เมื่อใช้แอพของงานนี้ จะมีโอกาสรับสิทธิพิเศษและของรางวัลล้ำค่าด้วย

autumn_3

ผู้เข้างานสามารถรับประทานอาหารอร่อยทั่วฮอกไกโดผ่านงานนี้ โดยไม่ต้องเที่ยวทั่วฮอกไกโด ร้านอาหารและเกษตรกรในฮอกไกโดได้ประโยชน์จากงานนี้เช่นกัน เพราะว่าร้านในฮอกไกโดเน้นใช้วัตถุดิบสดใหม่ ซึ่งผลิตจากฮอกไกโด นอกจากนี้ร้านค้าในงานต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้น่าสนใจ สามารถสัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์จากฮอกไกโดยิ่งขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์เกษตรกรรมในฮอกไกโดโดดเด่นขึ้นนั่นเอง

การรับประทานไม่เพียงเป็นสิ่งที่สนุกสนานและชวนให้มีความสุข ท้ายที่สุดยังเป็นอุดหนุนเกษตรกรรมในฮอกไกโดด้วย

autumn_2

read more>>

จุดเด่นของฮอกไกโด ณ ปลายทางอันเกินความคาดหมาย

ターミナルで見えた北海道の意外な見所

ถ้ากล่าวถึงจุดท่องเที่ยวอันสวยงาม ฮอกไกโดคงไม่แพ้ที่ไหนในญี่ปุ่น ตั้งแต่ปีที่แล้วจวบจนปีนี้ ภาพยนตร์ซึ่งถ่ายทำในฮอกไกโดได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างต่างเนื่อง ภาพลักษณ์ของฮอกไกโดได้แผ่ขยายทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพยนตร์ ในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ก็มีกำหนดการฉายภาพยนตร์ซึ่งถ่ายทำในฮอกไกโด นั่นคือเรื่อง “Terminal” ซึ่งถ่ายทำเมืองคุชิโระ แถบ Ohotsk

tarminal_01

เมื่องปลายฤดูหนาวปีนี้ฉันได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ งานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ เป็นผลงานจากนวนิยายเรื่อง “Terminal” โดยนักประพันธ์เจ้าของรางวัลนาโอกินามว่า “ชิโนะ ซากุระงิ” นำแสดงโดยนักแสดงนำมากความสามารถนามว่า “โคอิจิ ซาโต้” ก่อนชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ฉันคิดว่าจะได้ดูทิวทัศน์ท่องเที่ยวของเมืองคุชิโระ

tarminal_03

แต่สิ่งที่ฉันได้เห็นกลับตรงข้ามกับที่ฉันคาดหวังไว้ ฉันเห็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวเมืองและถิ่นพำนักอาศัยซึ่งสงบกว่าเมืองซับโปโร ทว่าเป็นสิ่งที่ไม่แปลกกับการเป็นฉากประกอบ บอกเล่าชีวิตประจำวัน เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตของผู้คน พอเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ ฉันได้เห็นเมืองคุชิโระซึ่งไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว จากภาพยนตร์เรื่องนี้ฉันสามารถสัมผัสถึงความเหงาจากการใช้ชีวิตคนเดียวและความทุกข์ระทมของตัวละครหลัก (นอกจากนี้ไก่ทอดต้นตำรับคุชิโระแลดูน่ารับประทาน จนอยากลองทำ)

“Terminal” มีกำหนดการฉายฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ฉันประทับใจมาก จนอยากไปดูอีกรอบช่วงเริ่มฉายภาพยนตร์

tarminal_02

read more>>

เจาะลึกเบื้องหลังความสดใหม่ ณ ฮอกไกโด –ทริปทัศนศึกษาคลาดค้าส่งซับโปโร–

北海道にある新鮮さの刺激的な舞台裏~札幌中央卸売市場の見学~ 

๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ตอนตีสี่ปกติกำลังหลับอยู่ แต่วันนี้ตื่นเร็วกว่าเวลาปกติถึงสามชั่วโมง เพื่อกระโจนเข้าสู่โลกของความสดใหม่ซึ่งบุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปเยือน

ตีห้าครึ่งไปรวมพลกับคุณมิอุระและนักเรียนบัณฑิตศึกษาอีกสามคน เคลื่อนพลไปตลาดค้าส่งซับโปโร คุณมิอุระขออนุญาติพนักงานรักษาความปลอดภัย มุ่งสู่ออฟฟิศประจำตลาด พวกเราได้พบปะกับหัวหน้าแผนกกิจการทั่วไปและพนักงานตรวจสอบของคลาด หลังจากกล่าวทักทายทั้งสองท่านได้พาพวกเราสู่โลกแห่งความสดใหม่

market_01

ณ “ตลาดค้าส่ง” ของจริง

ที่นี่เป็นแหล่งรวมของสดทั่วฮอกไกโด กล่าวได้ว่าเป็นตลาดที่ใหญ่สุดในฮอกไกโด ครั้งนี้พวกเราได้รับอนุญาตให้เดินสำรวจแผนกอาหารทะเล เพียงเพราะเป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดใหม่นานาชนิด กลับรู้สึกราวกับได้รับการกระตุ้นอย่างประหลาด ภายในตลาดได้เห็นรถขนกล่องอาหารทะเล, พนักงานตลาดผู้ตรวจสอบคุณภาพสินค้าอย่างจริงจัง และพ่อค้าคนกลางผู้มุ่งมั่นกับการประมูลปลา ผู้บริโภคสามารถรับประทานปลาสดใหม่และอร่อย เพราะพนักงานที่นี่มุ่งมั่นพยายามคัดสรรของดีให้พวกเรา จึงอยากขอบคุณพนักงานที่ทำงานก่อนรุ่งสาง

market_02

ระหว่างทัศนศึกษา พวกเราได้ไปดูการประมูลปลา พ่อค้าคนกลางแข่งกันเสนอราคา และรับซื้อของจากพนักงานค้าส่ง เพื่อเอาของที่ต้องการ ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดจะสามารถรับสินค้าขนิดนั้นได้ การประมูลเริ่มตอนเช้าหกนาฬิกา ปลาทูน่า (มากุโร่) ขนาดมหึมาซึ่งไม่เคยเห็นผ่านตามาก่อนเรียงรายจำนวนมาก เป็นครั้งแรกที่ได้ดูปลาตัวใหญ่จนต้องตกใจ ชาวประมงกี่คนจับปลาขนาดใหญ่แบบนี้ทุกวันๆ คงเหนื่อยมากแน่ๆ เวลาผ่านไปไม่ถึง ๑๕ นาที ได้ยินเสียงพนักงานกล่าวปิดการประมูล จนตกใจกับความรวดเร็วในการดำเนินการประมูล

market_03

เช้าเจ็ดนาฬิกา พวกเราได้รับประทานอาหารเช้าร่วมกันกับหัวหน้าแผนกกิจการทั่วไปและพนักงานตรวจสอบ เมนูประจำวันนี้คือซาชิมิยามเช้า, ซุปมิโสะ และนัตโตะ การรับประทานซาชิมิยามเช้าให้ความรู้สึกต่างกับการรับประทาน ณ ร้านซูชิอย่างสิ้นเชิง สามารถรับรู้สึกถึงความอร่อยของปลาที่จับมาหมาดๆได้ทีเดียว

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้า พวกเรากลับไปออฟฟิศเพื่อพูดคุย ถกประเด็นเกี่ยวกับแนวโน้มและแผนการรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จากเอเชียมาเยือนฮอกไกโดมากขึ้น จึงต้องคิดแผนการเพิ่มภาพลักษณ์ตลาดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงพวกเราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหลากหลาย นับเป็นประสบการณ์อันมีค่า

 

จากนั้นพวกเราออกจากออฟฟิศ ไปเดินเล่น ณ ตลาดยามเช้า หากเทียบกับซุปเปอร์มาร์เก็ต สินค้าที่นี่ราคาถูกกว่า นอกจากนี้ได้มองดูท่าทางขมักเขม้นและรอยยิ้มของพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งแนะนำสินค้าแก่ลูกค้า เหมือนกับกำลังได้รับกำลังใจ ชวนให้รู้สึกราวกับว่าตื่นจากนิทรา
สำหรับความประทับใจจากการเดินเล่น ณ ตลาดยามเช้า พวกเราได้รับประทานอาหารอร่อยและสดใหม่ของฮอกไกโด เพราะความพยายามของชาวฮอกไกโด ไม่มีผิดแน่นอน

read more>>

บันทึกทริปเดี่ยว ณ อะบาชิริวันที่ ๓ – มโนนึกอันมีค่าในเมืองร้างคน -

網走への一人旅日記 DAY3 ~穴場の街の、ある大切な想い~

๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ฉันตื่นเช้า ออกจากโรงแรม ไปเดินเล่นเลียบแม่น้ำอะบาชิริ หกโมงเช้าเศษๆพระอาทิตย์ขึ้นส่องสว่าง ราวกับกลางวัน ระหว่างฟังเพลงให้เข้ากับยามเช้าแสนสงบ ณ ใจกลางเมืองอะบาชิริ ฉันได้ถ่ายรูปบรรยากาศโดยรอบ คงไม่มีความสงบราวกับโลกส่วนตัวเช่นนี้ในกรุงเทพหรือโตเกียว

abashiri_4

ฉันออกจากสถานีรถไฟเจอาร์อะบาชิริราวสิบโมงเศษๆ มุ่งสู่เป้าหมายใหม่ในเวลาราวๆหนึ่งชั่วโมง ณ เมืองที่แลดูไม่มีอะไร ทว่ามีสิ่งมีค่าซ่อนเร้นอยู่ ที่นั่นคิอ “เมืองคิตะมิ” จริงๆแล้ว ตอนที่ฉันวางแผนเที่ยว ฉันหาข้อมูลแต่แหล่งท่องเที่ยวในเมืองอะบาชิริ ฉันไม่รู้เกี่ยวกับเมืองคิตะมิเลย ทันที่ที่ถึงเมืองคิตะมิ ฉันไปศูนย์ท่องเที่ยว สอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับสถานที่แนะนำ ฉันรู้สึกซาบซึ้งคุณเจ้าหน้าที่ ซึ่งแนะนำอย่างสุภาพอ่อนโยน ทั้งหาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ และแสดงแผนที่ คุณเจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่า แดดออกตอนบ่าย ควรไปดูดอกไม้ ไม่นานนักฉันยืมจักรยาน ปั่นบนทางหลวงหมายเลข ๒๑๗ มุ่งสู่ “ฟลาวเวอร์ พาราไดซ์” ที่นั่นไม่เป็นเพียงแค่สวนดอกไม้ แต่เป็นภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เป็นสวรรค์ที่มีสีสัน

abashiri_1

ระหว่างที่ฉันเดินขึ้นเขาโดยไม่กลัวแสงแดด ฉันเพลิดเพลินกับดอกไม้นานาพันธุ์ ระหว่างชมดอกไม้ลมใบไม้ผลิได้พัดเป็นระยะๆ พัดเหงื่อบนผิวจนเหลือเพียงความเย็นของสายลม นอกจากนี้ดอกซากุระนับไม่ถ้วนปลิวกระจาย แต่งแต้มสีชมพูของซากุระบนสนามหญ้า

abashiri_2

เมื่อเดินขึ้นเขาจนถึงยอดเขา ฉันมองลงไปข้างล่างเห็นสีสันสดใสของดอกไม้ รถยนต์ซึ่งลงเขา และนักท่องเที่ยวซึ่งสวมหมวก พอหันหลังฉันได้เห็นตัวเมืองคิตะมิทั้งหมด ตึกและบ้านเรือนเรียงรายนับไม่ถ้วนเหมือนซับโปโร ทว่าเงียบสงบต่างจากเมืองซับโปโร เมืองคิตะมิมีประชากรเพียงไม่ถึง ๑ ใน ๑๐ ของเมืองซับโปโร คืนนั้นฉันไปกินข้าวเย็นในย่านร้านคาใจกลางเมือง ท่ามกลางความเงียบสงบ ณ คิตะมิ อยู่ดีๆฉันรู้สึกถึงความเงียบเหงาในเมือง ขณะนี้ปัญหาจำนวนประชากรในประเทศญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าประชากรเมืองนี้เหลือน้อยเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่สามารถนึกภาพได้ ขณะเดียวนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันสามารถสัมผัสความเงียบสงบ ซึ่งหาไม่มีในกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ต่างๆในโลกนี้ การเยี่ยมเมืองอันไร้แสงสี ไร้การจราจรที่ตืดขัด ในใจกลับเงียบสงบ ได้ทบทวนอดีต และได้วาดอนาคตของตัวเอง

abashiri_3

เมืองที่ไม่มีอะไรคือเมืองร้าง ถ้าตัวเองได้มีโอกาสทบทวนความคิด ณ ที่นั่น สถานที่นั้นอาจเป็นสถานที่พิเศษสำหรับเรา

read more>>

4DX:ประสบการณ์แรกที่ไม่เพียงแค่ดูเท่านั้นในโรงภาพยตร์

4DX:観るだけではない映画館での初体験

ฉันชอบภาพยนตร์ญี่ปุ่นมาก ถ้าภาพยนตร์มีพล็อตที่น่าสนใจ หรือนักแสดงที่ฉันชื่นชอบเล่น ฉันมักไปดูบ่อยๆช่วงเลดี้ส์ เดย์ ซึ่งได้ส่วนลดจากราคาปกติ หน้าร้อนปีนี้มีกำหนดการฉาย ภาพยนตร์เรื่อง “ATTACK ON TITAN ครึ่งแรก” ซึ่งสร้างจากการ์ตูนชื่อดัง ฉันไม่เคยดูฉบับอนิเมชั่นมาก่อน แต่นักแสดงนำอย่างฮารุมะ มิอุระ ซึ่งฉันชื่นชอบเล่นภายพนตร์เรื่องนี้ ฉันจึงอยากไปดูมาก

kyojin_01

๒๐ กรกฎาคม

ฉันได้ไปยูไนเต็ด ซีเนม่าซับโปโรกับคุณมิอุระและคุณซาโต้แห่งบล็อค Welcome to Sapporo เพื่อทำข่าวเกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ 4DX ในโรงภาพยนตร์นี้ ไม่เพียงแค่ดูภาพยนตร์ แต่ยังสัมผัสสเปเชียลเอฟเฟคท์หลากหลาย อาทิ เช่น ที่นั่งซึ่งขยับได้, ลม, น้ำ และกลิ่น เป็นต้น วันนี้เป็นพิธีเปิดโรงภาพยนตร์ มีผู้ชมภาพยนตร์ทั่วไปเข้ามาในโรง และผู้ว่าการเมืองซับโปโร คุณอากิโมโต้มาตัดเทปเพื่อเปิดโรงภาพยนตร์ ทว่าฉันได้สัมผัสประสบการณ์ 4DX เพียงระยะเวลาสั้นๆ จึงยังไม่สัมผัสเสน่ห์ของ 4DX

kyojin_02 kyojin_03

หนึ่งสัปดาห์ก่อน ๕ สิงหาคม

คุณซาโต้ได้ชวนฉันไปชมภาพยนตร์ ATTACK ON TITAN คุณซาโต้บอกว่า สามารถชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยตร์ 4DX ฟรีเพื่อทำข่าว

 

๕ สิงหาคม
ฉันพบคุณซาโต้และไปซับโปโรแฟคทอรี่ หลังจากรับประทานอาหารเย็น ไม่นานนักพวกเราได้เดินไปถึงโรงภาพยนตร์ยูไนเต็ด ซีเนม่าซับโปโร คุณซาโต้ได้แจ้งให้พนักงานเคาน์เตอร์ทราบว่า ได้บัตรเชิญพิเศษจากโณงภาพยนตร์ จากนั้นพวกเราได้รับบัตรชมภาพยนตร์ 4DX มาสองใบ จากนั้นพวกเราต้องฝากกระเป๋าและของมีค่าในล็อคเกอร์ก่อนเข้าโรงภาพยนตร์

kyojin_04

โรงภาพยนตร์ 4DX มีที่นั่งใหญ่กว่าที่นั่งทั่วไป จึงรู้สึกนั่งสบาย ก่อนฉายภาพยนตร์ฉันได้ดูโฆษณาแนะนำ 4DX ทันที่โฆษณาเริ่มฉาย ฉันรู้สึกว่าที่นั่งสั่น พอโฆษณาดำเนินไปเรื่อยๆ ที่นั่งเริ่มเคลื่อนแรงไปตามความตื่นเต้น นอกจากนี้ยังมีเอฟเฟคต์ออกมา เช่น น้ำพุ่งออกมา, กลิ่นลอยฟุ้ง และแสงแฟลชวูบวาบ เป็นต้น แน่นอนว่าฉันรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้น ด้วยความรู้สึกที่ต่างจากการชมภาพยนตร์ 2D ทั่วไป
หลังจากโฆษณาจบทันที ภาพยนตร์ “ATTACK ON TITAN” ได้เริ่มฉาย ยิ่งฉากแอ็คชั่นซึ่งชวนกระตุ้นความตื่นเต้นในร่างกายดำเนินไปเรื่อยๆ เอ็ฟเฟคต์ต่างๆได้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเวลาสองชั่วโมง ความตื่นเต้นเพิ่มพูนจากโฆษณายิ่งกว่าเท่าตัว ราวกับว่าตัวเองได้เข้าไปในฉากนั้น หากฉันไปโรงภาพยตร์ 2D ฉันคงไม่สามารถจินตนาการความรู้สึกดังเช่นคราวนี้ได้ ครั้งนี้ฉันได้ดูเพียงครึ่งแรกของภาพยนตร์ ถ้าครึ่งหลังไม่ดูในโรงภาพยนตร์ 4DX ฉันสามารถสัมผัสความตื่นเต้นจากผลงานต้นฉบับได้ตลอดทั้งเรื่องไหม
แน่นอนฉันคงอยากดูครึ่งหลังในโรงภาพยนตร์ 4DX ด้วย

read more>>
1 / 3123