アン・スメタソーン

แอ้น สุเมธาศร

こんにちは、タイのバンコクから来ました!今は北海道大学文学部の交換留学生です。 札幌は今年の9月に来たばかりなので、楽しみしていることがたくさんあります ^_^。 札幌は初めてですが、今回で来日は7回目です。 いままで日本全国の様々な観光地に行きましたが、全く飽きることがありません。 日本旅行をすることに情熱を持っていますので、いつか日本の47都道府県全てに行くつもりです! 全国旅行は将来の夢としておいて、今は札幌市内や道内旅行をするつもりです。 このブログでは私の「札幌の生活という冒険」を書いていきます。 どうぞよろしくお願いしますね!

สวัสดีค่ะ มาจากจังหวัดกรุงเทพค่ะ ตอนนี้เป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนในคณะสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮอกไกโดค่ะ
เพิ่งจะมาอยู่เมืองซัปโปโรตั้งแต่เดือนกันยายนปีนี้เองเลยยังมีอะไรหลายๆอย่างที่ยังตั้งหน้าตั้งตารอทำอยู่ ^_^
ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเพิ่งมาอยู่ที่ซัปโปโรได้ไม่นานนัก แต่ที่จริงแล้วนี่เป็นการมาญี่ปุ่นครั้งที่ 7 แล้วค่ะ
ได้มีโอกาสเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวมากมายในประเทศญี่ปุ่นมากครั้งแล้วก็จริง แต่ก็ยังไม่เบื่อสักกะนิด!
แอ้นหลงรักกับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นมากๆ และตั้งใจไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งจะต้องไปเยือนให้ครบทั้งหมด 47 จังหวัดให้ได้
ความฝันนั้นอาจจะเป็นอะไรที่อยู่ในอนาคตก็จริง แต่ตอนนี้ในฐานะนักศึกษาในฮอกไกโด ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าอย่างน้อยก็ขอให้ได้เที่ยวทั่วเมืองซัปโปโรและจังหวัดฮอกไกโด
ต่อจากนี้ไปบล๊อกนี้จะเป็นการจดบันทึกชีวิตผจญภัยในเมืองซัปโปโรของแอ้นนะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยคะ!

ปลาคราฟ สายลม และ ธารน้ำ ณ โจซันเคอิ

「鯉」「空」「渓流」〜定山渓に鯉のぼりがある!

アン・スメタソーン

さんが5月18日に投稿。

แอ้น สุเมธาศร wrote this on May 18

koinobori_1

วันที่ 5 ของเดือนพฤษภาคมของทุกปีในญี่ปุ่นนั้นคือวันเด็กและจัดถือว่าเป็นหนึ่งในวันหยุดราชการในช่วงวันหยุดยาวที่ทุกคนสุดแสนรัก Golden Week นั่นเอง ในวันพิเศษนี้ หลายๆครอบครัวมักจะนำเอาธงปลาคราฟออกมาตกแต่งไว้หน้าบ้าน จำนวนของปลาคราฟนั้นจำขึ้นอยู่กับจำนวนคนในครอบครัวนั้นๆ ตัวนึงสำหรับคุณพ่อ ตัวนึงสำหรับคุณแม่ และ ตัวนึงสำหรับลูกแต่ล่ะคนในบ้าน

 

In Japan, May 5 is known to be Children’s Day, which is also a national holiday and part of the beloved Golden Week (^_^). On this day, families would bring out and raise their carp-shaped koinobori flags outside their houses. The amount of carps on the pole represents the number of family members in that particular house, one for the father, one for the mother, and one for each child, hence the patterns normally differ from house to house.

koinobori_2

ในเมืองซัปโปโรเองนั้นก็มีเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่มีการจัดเทศกาลฉลองวันหยุดนี้ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือที่เมืองที่มีชื่อว่า โจซันเคอิ เทศกาลนี้มีชื่อว่า “เคริว โคอิโนโบริ” ซึ่งจะจัดขึ้นจากวันที่ 18 เมษายน ไปถึง 17 พฤษภาคม ในช่วงวันเทศกาลนั้นจะมีการตกแต่งรอบเมืองด้วยธงปลาคราฟสีสันสดใสมากมายที่จะถูกเอามาแขวนตามจุดต่างๆในเมือง

 

Here in Sapporo, one of the places that holds a special event to celebrate this holiday is at Jozenkei. The event is called “Keiryu Koinobori” and it’s held from April 18 to May 17. During the time of the event, there would be colorful koinobori flags raised around the town.

 

อาทิตย์ที่แล้วแอ้นกับเพื่อนอีกคนตัดสินใจไปเที่ยวเมอืงโจซันเคอิเพื่อที่จะไปชมธงปลาคราฟเหล่านี้ที่แหวกว่ายกลางสายลม วันนั้นพวกเราโชคดีมากๆเพราะอากาศที่เป็นใจสุดๆ ท้องฟ้าสีฟ้าสว่างเปิดกว้างและมีลมปลิวไปมาเป็นระยะๆเพื่อช่วยส่งพลังงานให้เจ้าปลาคราฟทั้งหลายได้มีพลังแหลกว่ายอยู่บ้านท้องฟ้าอย่างสง่างามและมีชีวิตชีวา และบวกกับธารน้ำที่วิ่งผ่านอยู่ด้านล่างแล้วด้วยนั้นทำให้วิวในวันนั้นสวยเกินคำบรรยายจริงๆ

 

Last week, I decided to visit Jozankei with a friend to see the famous koinobori flags waving against the wind. We were very lucky because the weather was truly perfect on that day. We could see the clear bright blue sky while the breezy winds blew occasionally, giving the koinobori flags the energy to wave colorfully and lively in the sky. Also, with the streams running below as a background, the view was absolutely spectacular.

koinobori_3

อีกจุดๆนึงที่อยากจะแนะนำให้ไปแวะถ้ามีโอกาสได้ไปที่เมืองนี้คือตรง สะพานแขวนฟูตามิ ซึ่งถูกสร้างเป็นทางข้าม แม่น้ำโทโยฮิระ (ซึ่งเป็นแม่น้ำเดียวกันกับที่วิ่งผ่านเมืองซัปโปโรนั่นเอง) ในระหว่างที่แอ้นยืนอยู่บนกลางสะพานและมองดูวิวรอบๆตัวก็ทำให้รู้สึกว่านี่แหละคือการที่เราได้ถูกล้อมรอบด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

Another spot that is worth to visit in Jozankei is the Futami Suspension Bridge, which is built over the Toyohira River (the same river that runs through Sapporo city). As I stood in the middle of this red bridge and turned around, I found myself being surrounded by the nature that I’ve been missing.

koinobori_4

นอกจากนั้นเมืองโจซันเคอินั้นก็มีชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อนด้วยเช่นกัน เมืองนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองสถานี JR Sapporo เพียงประมาณชั่วโมงกว่าๆโดยรถบัส ทำให้เป็นที่ๆเหมาะกับการหนีออกจากเมืองวุ่นวายไปในขุนเขาและธรรมชาติอย่างแท้จริง และสำหรับใครที่ไม่อยากพลาดเทศกาลธงปลาคราฟแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะไปก่อนวันที่ 17 นี้กันนะคร๊าบ!

 

Jozankei, which is also famous for its hot springs, is located only an hour away by bus from JR Sapporo Station, making it a convenient and perfect getaway from the city into the Sapporo’s mountains. For the “Keiryu Koinobori” event, please make sure to visit there before May 17!

 

รายละเอียกเพิ่มเติมดูได้ที่เว็ปนี้ค่ะ http://jozankei.jp/en/
For more information, please visit: http://jozankei.jp/en/

read more>>

ฤดูใบไม้ผลิที่รอคอย -- ซากุระ ณ สวนนากาจิมะ

春が来た〜中島公園でお花見です!

アン・スメタソーン

さんが5月7日に投稿。

แอ้น สุเมธาศร wrote this on May 7

ในที่สุด หลังจากฤดูหนาวอันหนาวเหน็บและยาวนานของฮอกไกโด ฤดูใบไม้ผลิที่รักที่ทุกคนเฝ้ารอมานานก็ได้กลับมาเยือนอีกครั้ง สัญญาณที่สามารถเห็นได้ชัดคือหิมะที่ละลายให้ไปหมดเกลี้ยง อากาศที่อุ่นขึ้น และ ที่สำคัญที่สุด ต้นซากุระที่เบ่งบาน ในขณะที่แอ้นกำลังเดินเล่นและเพลิดเพลินอากาศและต้นไม้ในเมืองซัปโปโร แอ้นก็อดไม่ได้ที่จะหยุดยิ้มอยู่กลางถนนอย่างไม่มีสาเหตุอย่างกับคนเสียสติ แต่ ณ เวลานั้นเองที่ทำให้แอ้นรู้ว่าทุกๆอย่างจะกลับมางดงามอีกครั้ง
เพราะฉะนั้น เพื่อที่จะฉลองการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ คงจะไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัวเรา

 

FINALLY, after the way-too-cold-and-long winter in Hokkaido, our beloved long-awaited spring has arrived. Some of the few obvious signs were the melting of snow, warmer temperature, and, of course, the cherry blossoms! As I was walking along the streets in Sapporo, enjoying the beautiful weather and trees, I couldn’t help but smile without a reason like a crazy person. And, I knew then that life will be beautiful again!

So what can be a better way to celebrate this arrival of spring than to indulge ourselves with the nature!

ann_sakura_2

 

จากที่ดูในเว็ปไซต์แล้ว จะมีหลายๆจุดกระจายอยู่ทั่วเมืองซัปโปโรที่ถูกแนะนำสำหรับการไปชมดอกซากุระ อย่างเช่น สวนสาธารณะมารุยามะ สวนสาธารณะโมเอะเรนุมะ และ สวนอีกหลายๆแห่ง แต่ที่ๆแอ้นอยากจะแนะนำครั้งนี้เพราะความชอบและความประทับใจส่วนตัวคือ สวนสาธารณะนากาจิมะ ที่อยู่ไม่ห่างจากใจกลางเมืองมากนัก หรือในย่านซูซูกิโนะ นั่นเอง ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้จะมีทะเลสาบเล็ก ลำธาร พิพิธภัณฑ์ ฮอลคอนเสิร์ต จุดชมวิว และร้านกาแฟ เพราะสวนนี้ถูกตั้งอยู่ภายในเมืองและเป็นจุดที่ถูกล้อมรอบด้วยตึกสูงมากมายจึงทำให้ที่สวนแห่งนี้เป็นที่หลบหนีและจุดพักจากความวุ่นวายในเมืองมายังธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องออกจากตัวเมือง

 

According to the website, there are several places suggested for cherry blossom spots in Sapporo, including Maruyama Park, Moerenuma Park, and many more. However, one that I would like to suggest because it’s my personal favorite is Nakajima Park, which is located not too far from the heart of the city, inside Susukino district to be exact. Inside Nakajima Park, you can find a lake, creeks, a museum, a concert hall, an observatory, and tea shops. Being nestled inside the surrounding urban setting, Nakajima Park is a great way to escape from all the busy and crowded streets into natural tranquility without having to leave to city.

ann_sakura_1

ถึงแม้ว่าในช่วงฤดูหนาวนั้นสวนแห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนา ในฤดูใบไม้ผลิอย่างเช่นตอนนี้นั้นใบหญ้าสีเขียว ดอกไม้ และ ต้นไม้ นั้นได้กลับมาเบ่งบานให้เห็นอีกครั้ง โดยเฉพาะในเวลานี้ซึ่งเป็นช่วงดอกซากุระ ดอกไม้สีขาวอมชมพูเหล่านี้ก็ได้ผลิและเปล่งแสงความงดงามที่ถูกหลบซ่อนมาแสนนานให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมกัน

 

While it was covered with pure white snow during winter, in spring, all the grasses, flowers, and trees are visible again. Especially during the cherry blossom season like now, these graceful white-pinkish flowers are radiating their beauty that has been hidden throughout the year for the visitors to admire.

ann_sakura_3

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ผู้คนจะออกมาข้างนอกเพื่อสนุกสนานกับกิจกรรมนอกบ้านอีกครั้งได้สักที วันนั้นที่แอ้นไปที่สวนเองก็ได้เห็นคนญี่ปุ่นมากมายที่มาใช้เวลาครอบครัวที่มีค่า หลายๆครอบครัวเตรียมเสื่อและอาหารต่างๆมาเพื่อมาปิกนิกกันบนสวนหญ้าสีเขียว โชคดีว่าวันนั้นอากาศค่อนข้างเป็นใจ แดดออกและอากาศแจ่มใสบวกกับลมเย็นเบาๆ หลายๆคนเริ่มปูเสื่อที่เตรียมมานอนหลับตาอย่างสบายใจ

 

แล้วก็มีหลายๆคนที่พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นในสวนด้วยเช่นกัน น้องหมาคงจะดีใจน่าดู

แต่ สำหรับแอ้นแล้ว แค่ได้เดินเล่นเพลิดเพลินอยู่ในสวนกับกล้องคู่ใจตัวนี้แอ้นก็พอใจแล้วล่ะ ในขณะเดินอยู่ก็มีอารมณ์ที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก็พูดออกมาว่า “เฮ้อ ฤดูใบไม้ผลิ รู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอมากแค่ไหน”

มาสนุกกับฤดูใบไม้ผลิที่ซัปโปโรกันนะคะ

 

ใครที่สนใจอยากจะไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะนากาจิมะสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์นี้นะคะ: สวนสาธารณะนากาจิมะ

 

It is time for people to come out and do the outdoor activities once again. On the day that I was there, it was pretty packed with locals who were there to enjoy their precious family times. On the green lawns, many families brought their blankets and foods and set up picnic spots. With the kindness of the weather on that day, which was sunny yet breezy, many people started lying down on the fields of green with their eyes closed.

 

Many also brought out their pets for a walk.

For myself, just strolling along the park with my camera was more than satisfying. At some point I had to stop, take a deep breath, and say, “Oh, spring, how I’ve missed you.”

Let’s enjoy your spring in Sapporo!

 

For more information about Nakajima Park and its access, please visit: Nakajima Park

read more>>

"ท็อปปิ~" ซูชิที่หมุนวนไปมาในตึกเอสต้า

回転寿司とっぴ~エスタ店!

アン・スメタソーン

さんが3月5日に投稿。

แอ้น สุเมธาศร wrote this on Mar 5

“Toppi~” Sushi-Go-Round in ESTA!

 

Since the cost of living in Japan is fairly high comparing to my country, I try to save up as much as I can by avoiding eating out. However, as I’ve been working and studying hard lately, I feel like I deserve a special meal today as a “reward” to myself.

 

ถ้าเทียบกับเมืองไทยแล้วค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นนี่ถือว่าแพงมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วแอ้นก็จำเป็นที่จะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายตัวเองโดยการที่เลี่ยงการออกไปทานอาหารข้างนอกบ้าน แต่เพราะหลังมานี่รู้สึกว่าตัวเองทั้งเรียนและทำงานหนักมามากแล้วเลยอยากจะให้รางวัลตัวเองนิดหน่อยด้วยการไปกินข้างนอกสักมื้อนึง

 

Even though I like all kinds of Japanese food and its restaurants in general, the one place that I always enjoy both the food and the “activity” is the conveyor belt sushi, or also known as the “kaiten” sushi. There are several places in town where you can visit for “kaiten” sushi but today I decided to go to a place called “Toppi~,” which is located at the 10th floor of ESTA building, right beside JR Sapporo Station.

 

ถึงแอ้นจะเป็นคนชอบอาหารญี่ปุ่นทุกๆชนิดและทุกๆร้านแต่ก็มีที่โปรดอยู่ที่หนึ่งที่ถ้าได้ไปแล้วรับรองว่าจะได้ทั้งความอร่อยของอาหารและความสนุกเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน นั่นก็คือซูชิสายพาน หรือที่คนญี่ปุุ่นเรียกกันว่า ไคเต็นซูชิ ในเมืองนั้นมีไคเต็นซูชิอยู่หลายร้านเลยทีเดียวแต่ที่ๆตัดสินใจไปลองวันนี้คือร้านที่มีชื่อว่า “ท๊อปปิ~” ซึ่งอยู่บนชั้น 10 ของตึก เอสต้า (ESTA) ที่อยุ่ติดกับสถานี JR Sapporo

 

IMG_0560

 

When I arrived there, there were already people waiting in line in front of the shop. I had to put my name down and waited for about ten minutes before they call for me. While I was waiting, I also got a chance to look through their menu a bit. They looked really delicious and the prices were surprisingly cheap!

 

พอมาถึงก็เจอคนนั่งรอกันเต็มหน้าร้านแล้ว แอ้นเลยต้องใส่ชื่อลงไปจองที่ก่อนและนั่งรอคิวหน้าร้านประมาณสิบนาที ระหว่างที่รอก็นั่งดูเมนูร้านไปด้วยนิดหน่อย ซูชิน่าอร่อยเต็มไปหมดเลยจริงๆ

 

IMG_0543

 

I was given the counter seat, which was my ideal seat because I could face directly toward the food, haha! As dozens of plates of sushi kept on passing by right in front of my eyes, it was extremely hard to resisting myself from grabbing them all. However, one of the important things I have to do first of all was to check the prices of each color plate. There were four plate colors and four different prices of each of them: pink (¥129), red (¥183), maroon (¥248), and (gold) ¥378. Apparently, with the goal of saving money still in my mind, I limited myself to only go for the ¥129 ones!

 

และแล้วเขาก็พามานั่งที่ๆนั่งเคาน์เตอร์ ซึ่งจุดที่ดีที่สุดแล้วเพราะจะได้หันหน้าเข้าอาหารอย่างจังๆ ฮ่าๆ ช่วงที่จานซูชิค่อยๆหมุนผ่านไปต่อหน้าตาต่อนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทรมานในการหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คว้าจานมาจริงๆ แต่ก่อนอื่นเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือการเช็คราคาของแต่ล่ะสีจานซะก่อน ที่นี่มีจานทั้งหมดสี่สีและสี่ราคานั้นก็คือ ชมพู ¥129 แดง ¥183 เลือดหมู ¥248 และ ทอง ¥378 และเพราะว่ายังไงตัวเองก็ยังอยากจะประหยัดเงินอยู่ก็เลยตั้งลิมิตกับตัวเองไว้ว่าจะหยิบแค่จาน ¥129 เท่านั้น!

 

IMG_0556

 

As the conveyor belt turned round and round, I aimed at my favorite ones, which were salmon, salmon and roe, diced tuna, and shrimp! As soon as it came close to me, I reached out my hand and grabbed them! I was so overjoyed by the taste of those delicious sushis!

 

ในระหว่างที่่สายพานหมุนไปมาแอ้นก็นั่งเล็งจานที่อยากกินจากไกลๆ อาธิเช่น หน้าปลาแซลมอน หน้าปลาและไข่ปลาแซลมอน หน้าปลาโทโร่ชิ้น และกุ้งหวาน เมื่อมันหมุนใกล้เข้ามาหาปุ๊ปก็รีบยื่นมือออกไปหยิบมาอย่างไว ได้นั่งกินซูชิอร่อยๆทำให้มีความสุขเหลือล้นจริงๆ

 

IMG_0548

 

Moreover, as I was still chewing them in my mouth, I was also keeping my eyes on the moving belt in search for my next victim to come! Not only was the food great, but I was also entertained by the sushis that were rotating back and forth in front of me. Also, sometimes it’s also fun to guess what the person sitting beside you might want to get next! Hope it’s not the same one as the one we’re aiming for!

 

ในขณะที่เคี้ยวซูชิอยู่ในปากยังไม่เสร็จก็เริ่มจ้องหาเหยื่อรายต่อไป ไม่ใช่เพียงอาหารที่อร่อยแต่การที่ได้น่ังดูซูชิน่ากินๆหมุนวนไปวนมาต่อหน้าเราก็ทำให้สนุกอย่างบอกไม่ถูก และไปกว่านั้นบางทีมันก็สนุกดีที่จะนั่งเดาเล่นๆว่าคนที่นั่งข้างๆเราเขาจะหยิบอันไหนกันนะ หวังว่าจะไม่ใช่อันเดียวกับที่เราเล็งเอาไว้ล่ะ!

 

IMG_0551

 

Actually, today, it was my first time at Toppi~, but it definitely wasn’t going to be my last. The sushis were great, the prices were reasonable, and the location was very convenient. Even though it was not the most sophisticated sushi in town, for students who have limited budget and living in a prudent life, this is definitely one of the good places you can go!

 

อันที่จริงแล้วแอ้นก็เพิ่งจะได้มาร้าน ท็อปปิ~ วันนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน แต่มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน ซูชิก็อร่อย ราคาก็สมเหตุสมผล สถานที่ตั้งก็สะดวกต่อการเดินทาง ถึงจะไม่ใช่ร้านซูชิที่หรูหราอะไรแต่สำหรับเหล่านักเรียนที่มีทุนจำนวนจำกัดและอยู่ในงบประหยัดแล้วที่นี่ใช่ได้ที่ดีเลยค่ะ

 

Therefore, for those sushi-lovers out there, this is one great place I would like to personally recommend. If ever you’re at JR Sapporo Station, don’t forget that there’s this awesome place just a few minutes away!

 

เพราะฺฉะนั้นแล้วใครก็ตามที่รักการกินซูชิแล้วล่ะก็แนะนำเลยค่ะว่าต้องไม่พลาดที่นี่เลย ถ้ามีโอกาสผ่านไปผ่านมาที่สถานี JR Sapporo ก็อย่าลืมร้านดีๆร้านนี้ที่อยู่ห่างไปไม่กี่นาทีกันนะคะ

 

For more information and access of the store, please

visit: http://www.toppii.jp/tenpo_hokkaido_3.html#toppii-esta

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและวิธีไปร้านได้ที่เว็ปนี้เลย

ค่ะ: http://www.toppii.jp/tenpo_hokkaido_3.html#toppii-esta

read more>>

แสงเทียนในพายุหิมะ

吹雪の中にちらちらと灯りがある

アン・スメタソーン

さんが1月30日に投稿。

แอ้น สุเมธาศร wrote this on Jan 30

ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะออกไปไหนหรอกเพราะอยากจะหยุดพักนอนกลิ้งอยู่ที่บ้านในวันเสาร์ แต่ในระหว่างที่นั่งกดๆอยู่หน้าคอมก็บังเอิญกดไปเจอหน้ากิจกรรมต่างๆที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ในเมืองซัปโปโรเลยกดเข้าไปดูเล่นๆ เมื่อเลื่อนดูไปเรื่อยๆก็เริ่มรู้สึกอยากจะออกไปเที่ยวแล้วล่ะสิที่นี่

 

At first, my ideal plan for this Saturday after a long tiring week was just to lie around and do nothing all day.
But, as I was clicking and scrolling down on my computer as usual, I accidentally stumbled upon a website with a whole list of activities and events that were to be held in Sapporo on January 17, which was on the then upcoming Saturday. After scrolling up and down the page, I was somehow convinced and started to feel like traveling.

 

 

กิจกรรมมีมากมายแต่ที่สะดุดตาที่สุดก็คือเทศการเล็กๆที่จะมีในสวนโมเอเระนุมะ (MOERENUME PARK) ที่อยากห่างออกไปจากตัวเมืองไม่ไกลนัก เทศการนี่มีชื่อว่า 「冬のまちにスノーキャンドルの灯りをともそう」หรือแปลเป็นไทยว่า ‘มาประกายแสงเทียนบนถนนแห่งฤดูหนาวกันเถอะ!’ พวกเราจะได้ทำเทียนกันเองและเอาไปวางตกแต่งบนถนนหิมะด้านนอกกัน

 

There were so many events to choose from. However, the one that interested me the most was “Let’s Light Up the Snow Candles on the Winter Road!”. The event was to be held in a placed called Moerenuma Park, which is not too far away from the heart of the city. We would be able to make the candles together and decorate the winter road outside.

 

PastedGraphic-2

 

ดูรูปแล้วแลดูโรแมนติกมาก ถ้าไปกับแฟนคงโรแมนติกน่าดู
แต่พอดีไม่มีอ่ะนะ แต่ไม่ใช่ปัญหา ก็จะไปอยู่ดี
แต่ก็เลยชวนเพื่อนไปคนนึงด้วย จะได้ไม่เหงาจนเกินไป

 

Looking through the photos, it seems to be very romantic, a kind of place that would be perfect to bring your lover to. Unfortunately, I don’t have one. But, oh well, doesn’t matter, I’m going anyway! But just to make sure that I wouldn’t get too lonely, I invited a friend to go with me.
นั่งรถไปถึงที่ กลับพบว่าเพราะหายุหิมะลงหนัก ถึงแม้งานจะไม่ได้ถูกยกเลิก แต่คนที่มาร่วมงานนั้นมากันน้อยมาก

 

As we arrived at the Moerenuma Park, unexpectedly, the snow started to fall down very heavily. Even though the event wasn’t cancelled, there were very few visitors who came.

PastedGraphic-3

 

เขามีเตรียมอุปกรณ์ให้พวกเราใช้ได้ตามสบาย ขั้นตอนง่ายๆแค่มีขวดพลัสติกกับกระดาษสีต่างๆ

 

All the materials we would need were prepared for us inside the hall. The instructions were quite simple. All you need is a plastic bottle and colored papers.

 

PastedGraphic-4

 

แอ้นกับเพื่อนนั่งวาดๆตัดกระดาษๆแปะๆ ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆในโรงเรียนคาบวิชาศิลปะ ^_^

 

As my friend and I were drawing, tracing, cutting, and pasting, it reminded me of the time when I was in the elementary school during Arts & Crafts ^_^

 

PastedGraphic-5


ในระว่างที่ทำก็ได้เจอเพื่อนใหม่ คู่แม่ลูกที่ช่วยกันทำอย่างสนุกสนาน ทำเสร็จก็ต้องถ่ายรูปคู่กันเป็นธรรมเนียมสักหน่อย~

 

And, we also met two new friends who joined our table! A mother and her son were enjoying the arts and crafts together as we shared a conversation. Now, let’s take a photo together!

 

PastedGraphic-6

 

แต่น่าเสียดายที่ผู้มาร่วมงานน้อยมากเพราะมีพายุหิมะ เลยทำให้มีเทียนที่จะใช้ไปวางได้ไม่กี่อัน มิหนำซ้ำตอนเย็นหิมะก็ยังตกหนักไปหยุด พวกเราเลยออกไปว่างเทียนข้างนอกบนถนนหิมะไม่ได้

 

Unfortunately, it is a shame that due to the bad weather today, a lot of people weren’t able to make it to the event. So, there weren’t too many candles made to be decorated. Moreover, the snowstorm outside still showed no sign of resting, making it quite impossible for us to go put these beautiful candles outside.

 

PastedGraphic-9

 

เลยได้เพียงวางเรียงกันตรงหน้าทางเข้า แต่พอเอาหลายๆอันมาวางเรียนกันแล้วก็ออกมาสวยใช้ได้เลย แสงไฟเทียนสีอ่อนที่ประกายในวันพายุหนักแบบนี้อดที่จะทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นไม่ได้ ถึงข้างนกจะดูหนาวมากด้วยหิมะที่ขาวโพลน แต่อยู่ในนี้ ได้ดูแสงไฟสวยๆแบบนี้ ก็ทำให้ความกลัวและความกังวลละลายหายไปอย่างรวดเร็ว

 

Therefore, all we could do was to line them up in front of the entrance inside the hall. Unexpectedly, despite not being able to decorate them outside as we’ve hoped for, the candle lights in the dim light turned out to be quite a spectacle. In a day of a snowstorm like this, the flickering candle lights could certainly warm up our hearts. Regardless of the freezing weather and the white snow, as long as we were in here watching these graceful flickering lights, all the fears and worries seemed to be quickly melted away.

 

PastedGraphic-10

 

น่าเสียดายที่ปีนี้พายุหิมะลงหนักเลยทำให้ออกมาเรียงข้างนอกแบบนี้ไม่ได้ แต่ถ้าใครมีโอกาสปีหน้าๆลองไปให้ได้นะคะ

 

It is quite a shame that due to the terrible weather this year, it made it impossible to decorate them outside like this. However, if you have a chance, please go to the event in the future!

 

ดูวิธีไปและรายละเอียดได้ในเว็ปไซต์นี้ค่ะ: http://www.sapporo-park.or.jp/moere/english/

For access and information, please visit this website:

http://www.sapporo-park.or.jp/moere/english/http://www.sapporo-park.or.jp/moere/

read more>>

ทัปปุโนะยุ โอเอซิสออนเซ็นแห่งหมู่บ้่าน ชินชิโนะสึ

新篠津の温泉オアシス「たっぷの湯」

アン・スメタソーン

さんが12月11日に投稿。

แอ้น สุเมธาศร wrote this on Dec 11

หลังจากที่หิมะหยุดตกไปได้สักพักใหญ่ๆในที่สุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้กลับมาเยือนอีกครั้ง ตกได้ถูกวันจริงๆเพราะวันนั้นวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่หมู่บ้านที่ชื่อว่า ชินชิโนะสึ กับเพื่อนเพื่อไปเล่นหิมะพอดี ถึงแม้ว่าเมืองชินชิโนะสึจะยังไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังก็ตาม แต่ก็เคยได้ยินอยู่บ่อยๆว่าเป็นสถานที่ๆสามารถมาทำกิจกรรมสนุกๆหลายๆอย่างได้

 

After a long rest after the first round, the snow finally came back for another grand visit last weekend. It was such a perfect timing for it was the day that my friends and I were having a trip to Shin-shinotsu to enjoy the winter outdoor activities. Although Shin-shinotsu is not yet a famous tourist spot, I have often heard that it is a place where we can do many fun activities.

ไม่นานนักพวกเราก็มาถึงสถานที่ๆชื่อว่า ทัปปุโนะยุ ซึ่งหน้าตาคล้ายกับโรงแรมเล็กๆมีบรรยากาศที่ดูอบอุ่น สถานที่แห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยสวนหิมะสีขาวโพนอันกว้างใหญ่ และถึงแม้ข้างนอกหิมะจะตกหนักก็ตาม แต่การต้อนรับอันอบอุ่นของทุกคนนั้นทำให้พวกเราลืมความหนาวไปอย่ารวดเร็ว

สักพักพวกเราก็ถูกพาเข้ามาในห้องที่มีอาหารกลางวันที่น่ากินถูกเตรียมวาง เอาไว้อยู่เต็มไปหมด พอได้ยินเค้าบอกว่ามื้อนี้เป็นบุฟเฟ่ต์เท่านั้นแหละ ทุกคนต่างโล่งอกและตื่นเต้นมากที่จะได้หม่ำๆอาหารญี่ปุ่น อาหารมีให้เลือกเยอะแยะมากมายตั้งแต่โอเด็งธรรมดาที่รสชาติไม่ธรรมดา พิซซ่าญี่ปุ่นจากเขตคันไซ จนไปถึงขาปูเนื้อแน่นๆของฮอกไกโด หลังจากนั้นพวกเราก็ยังได้มีโอกาสใส่ชุดยูกะตะแสนน่าน่ารักของญี่ปุ่นด้วย

 

We arrived at a very cozy place called “Tappunoyu”. This beautiful place was located in the middle of a vast completely white snowfield. Even though it was snowing hard outside, the warm welcome made us forget all about the cold.

We were brought into a room where a variety of foods have already been prepared for us. Everything looked so delicious and we were just so relieved when they told us that it was a buffet! They had everything from the simple-yet-tasty oden, Kansai’s okonomiyaki, to the rare king crab. Moreover, we also had an opportunity to wear the pretty traditional Japanese yukatas.

หลังจากที่ได้เติมพลังงานเรียบร้อยแล้วก็ออกมาทำกิจกรรมหิมะข้างนอกกัน กิจกกรมที่จัดไว้ให้มีมากมายให้เลือกทั้งขี่สโนว์โมบิลและขี่บานาน่าโบ๊ทบนหิมะ สำหรับในฐานะคนไทย การทำหิจกรรมเหล่านี้เป็นโอกาสที่ดีและหายากมากเพราะที่ประเทศไทยไม่มีหิมะและกิจกรรมหิมะให้เล่นแน่นอน

 

After fueling up our energy, we all went outside to enjoy the outdoor activities! There were snow mobiles for us to ride and also snow banana boat as well. As a person coming from a country where there is no snow, doing these snow activities was such a unique and great experience.

พอได้เล่นครบทุกอย่างแล้วก็สามารถหนีความหนาวเข้ามาแช่บ่อน้ำพุร้อนออนเซ็นแท้ๆของญี่ปุ่นเพื่อคลายหนาว ที่ ทัปปุโนะยุ แห่งหมู่บ้าน ชินชิโนะสึ นั้นจัดได้ว่าเป็นสถานที่ๆน่าเที่ยวแห่งหนึ่งที่สามารถมาเพื่อเล่นหิจกรรมสนุกๆและพักผ่อนสบายๆได้ในเวลาเดียวกันเลย เพราะมันถูกตั้งอยู่ในกลางทุ้งหิมะอันขาวโพนมันก็เหมือนโอเอซิสดีๆนี่เอง ถ้ามีโอกาสจะกลับมาเที่ยวอีกครั้งแน่นอนหากใครมีโอกาสก็ลองมาเที่ยวดูเองสักครั้งด้วยนะคะ!

 

After the outdoor activities outside in the cold, what better way to rest and relax than going into an onsen! “Tappunoyu” of Shin-shinotsu village is a perfect place that one can come to enjoy fun activities and relax in one trip. Located in the middle of the snowfield, it definitely is the oasis not to be missed. We all had so much fun and will certainly come back to visit here again soon! If you have a chance, please come visit here, too!

read more>>